จุนผลักตัวบอบบางเข้าไปกระแทกกับผนัง เล่นเอาอีกคนมึนไปยกใหญ่ กว่าจะรู้ตัวก็เมื่ออุ้งมือแกร่งคว้าหมับเข้าที่คางแล้วบังคับให้เปิดปากจูบ ลิ้นอุ่นแทรกเข้าไปกระหวัดเกี่ยว ดูดดุนรุนแรงจนฝ่ายนั้นตัวอ่อนระโหยอยู่ในอ้อมกอด
ซายูริหอบหายใจ ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความอายกับคนตรงหน้าที่ผละออกเลียริมฝีปากตัวเอง จุนแตะนิ้วลงกับปลายลิ้นแล้วเลิกคิ้ว
“ ดื่มด้วยนี่..” เขาหยอก จับไหล่บางกดเข้าหาตัว มืออีกข้างกระชากสายโอบิจนเกือบหลุด แหวกปลายผ้าเพียงนิดเดียว ทั้งเนื้อทั้งตัวอีกคนก็เกือบเปลือย
“ อ..ย่า จุน..” มือเรียวพยายามดันแผงอกกว้างแต่แรงอีกคนก็เหนือกว่าเอามาก สุดท้ายก็ถูกจับยกขึ้นไปพาดอยู่บนอ่างล้างหน้า
จุนล้วงมือลงไปใต้ยูกาตะสีขาวสะอาด ตวัดเอาขาเรียวขึ้นมาคล้องไว้ที่เอว ลูบไล้ลงใต้เนินเนื้อนุ่มแล้วบีบกระชับจนขึ้นสีแดง ลามมาเรื่อยจนถึงส่วนน่ารักที่ซุกซ่อนก่อนจะสอดนิ้วลงไปทึ้งชั้นในตัวเล็กให้หลุดมากองที่ปลายเท้า นิ้วใหญ่กำรอบบางส่วน เริ่มรูดรั้งแผ่วเบาทำเอาเจ้าตัวสะท้านเฮือก
“ ม..ไม่เอานะ ” ซายูริดิ้นพล่านทั้งที่มีอารมณ์มากกว่าปกติ อยากจะเบียดขาเข้าหากันแต่ติดอยู่ตรงร่างสูงใหญ่ที่แทรกตัวอยู่กึ่งกลาง
“ เอาหรือไม่เอากันแน่ที่รัก ” เขาแกล้งพูด ขบริมฝีปากลงบนปลายหูขาว รอยเจาะนั่นมันจางลงจนแทบไม่เห็นแล้ว
“ อึก..อื้อ ” เสียงหวานคราง พยายามกลั้นเสียงเพราะอยู่ในงานที่แขกเหรื่อมากันเต็ม ซ้ำยังเป็นห้องน้ำชั้นล่างที่อาจมีคนมาเข้า
ปลายนิ้วใหญ่กดลงบนส่วนปลายที่ขึ้นสีชมพูสด ใช้แนวเล็บสะกิดเพียงน้อย ทั้งร่างขาวนวลก็สะดุ้งไหว ผวาเข้ากอดรัดเต็มบ่ากว้าง ฟันคมอ้างับลงมาเต็มรักแล้วยิ่งกัดย้ำทุกคราวที่อีกฝ่ายรูดฝ่ามือร้อนผ่าวขึ้นลงตามส่วนกลาง หัวใจทั้งดวงแทบทะลุออกมาเบื้องนอกเพราะความรัญจวนนี้
“ เรียกว่าบทลงโทษตามข้อกระทงที่หนึ่ง..แอบคุยกับผู้ชายอื่นลับหลังสามี ” จุนแหย่ ยิ้มมุมปากกับอาการตัวสั่นริกของภรรยา เขาเร่งจังหวะให้มากเข้า จนสุดท้ายร่างบอบบางก็กระตุกวาบแล้วปลดปล่อยไออุ่นร้อนลงมาเต็มฝ่ามือที่รองรับ
ซายูริหมดแรง ปล่อยตัวโอนเอนกับเคาน์เตอร์กระจก หากเพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น ร่างสูงใหญ่ก็กลับคุกเข่าลงด้านล่างแล้วดันขาเพรียวขึ้นสูง กดต้นขานวลลงกับพื้นกระเบื้องทั้งแรงสะบัด อุ้งปากร้อนระอุครอบลงบนเนื้อนุ่มที่เป็นสีแดงจัด
“ อ๊าา..” เสียงหวานหวีด หลับตาแน่นเพราะความเสียวซ่าน ขยุ้มนิ้วลงบนเส้นผมสีดำสนิท ชายยูกาตะเจ้ากรรมถูกถลกขึ้นไปกองเหนือเอว ขอบชุดด้านบนก็ตกระลงมาที่หัวไหล่มน เงาสะท้อนจากทั้งบานกระจกและจากแสงไฟขับให้ความเย้ายวนดูมากขึ้นเป็นเท่าตัว
ชายหนุ่มขบเม้มลงไปตามความยาว ดุนลิ้นตามส่วนปลายนุ่มนิ่มแล้วกดปากลงต่ำตั้งแต่ส่วนต้นลงมาจนสุด แรงที่มากกว่ากดตัวอีกคนจนดิ้นไม่พ้น เร่งริมฝีปากจนในที่สุดเจ้าตัวแสบก็หมดความอดทน หลั่งความสุขสันต์เข้ามาในโพรงปากร้อนที่รอรับ
เขายืดตัวขึ้น จับคางเล็กแล้วออกแรงบีบเพียงน้อยให้อีกฝ่ายอ้าปาก ลิ้นอุ่นคายของเหลวรสหวานให้เจ้าของได้ลองชิม ซายูริสำลักหูตาแดง ยกมือขึ้นปาดคราบสีขาวที่ไหลหยดลงมาตามมุมปากด้วยความตกใจ
“ หวานมั้ย..นี่กระทงที่สอง ยิ้มให้คนอื่นที่ไม่ใช่คนรัก ” เสียงสั่นพร่าลองถาม แล้วก็ได้คำตอบเป็นฝ่ามือเล็กที่ทุบลงมาด้วยความอายเต็มบ่าแกร่ง
เขามองทางรักสีสวยที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ชุดคลุม ขาเรียวสั่นสะท้านจากแรงบังคับที่จับไม่ปล่อย พอเจ้าตัวจะลุกขึ้นยืนที่พื้น คุณสามีเอาแต่ใจก็คว้าตัวเบาหวิวเข้ามาหา กระชับให้ตัวแนบติดกันก่อนจะรั้งปลายเท้านุ่มให้กระหวัดอยู่ข้างเอว
“ จุน! ” ซายูริร้องเสียงดัง แขนขาวนวลรีบตวัดเข้าโอบไหล่แข็งแรงเมื่อทั้งตัวถูกยกลอย ร่างถูกผลักเข้าชิดกำแพงห้องน้ำ นิ้วยาวสอดแทรกเข้ามาใต้ล่าง
ปากรุ่มร้อนประกบจูบเข้ามาก่อนจะทันส่งเสียงด้วยความเจ็บ แต่เพียงแค่ครู่เดียวในเมื่อฝ่ายนั้นเริ่มขยับนิ้วเข้าออก เพิ่มจากหนึ่งเป็นสองจนความชุ่มฉ่ำภายในเริ่มไหลย้อนลงจนเปียกโคนขา สะโพกมนส่ายซ่าน ขาที่เกาะเกี่ยวอยู่ข้างกายใหญ่ยิ่งโอบรัดเข้ามาแน่นหนักเหมือนคำอ้อนวอนให้ช่วยกระทำจนกว่าจะหลุดพ้นจากความทรมานที่แสนหวานนี้
“ จะเอากระทงสุดท้ายรึยัง ซายุ ” เขาถาม มองอาการพยักหน้ารัวเหมือนคนไม่มีจิตใจจะอยู่กับตัวด้วยความเอ็นดู มือข้างหนึ่งที่โอบอุ้มร่างเล็กไว้ละมาปลดตะขอกางเกงแล้วรูดซิปลง
“ ข้อหา..น่ารักจนเกินไป ” จุนกระซิบบอก กระชากนิ้วออกจากทางรักร้อนผ่าวก่อนจะประคองส่วนแข็งขืนกระแทกกลับเข้าไปแทน
ซายูริกรีดร้องในลำคอ ขบกัดลงมาเต็มท่อนแขนแข็งแรงที่โอบอุ้มตัวอยู่ สะโพกแกร่งพยายามขยับสวนแต่เข้าได้ลำบากกว่าที่เคย ใบหน้าคมหลับตานิ่ง คิ้วเข้มขมวดแน่นไปกับความวูบวาบตรงช่วงกลาง เขาถอนตัวออกแล้วสอดเข้าไปใหม่
“ อา..อาาา..” เสียงหวานครวญคราง กัดปากจนซีดกับอาการขยับกายให้เข้าลึก
จุนผ่อนแรงที่แขนลง น้ำหนักตัวของอีกฝ่ายเลยกดทับลงมา ครอบครองลงบนความร้อนแรงที่คับแน่น บางส่วนในร่างกายขยายขึ้นจนพองโต ดุนดันจะเข้าให้มากกว่าเดิมจนคนถูกกระทำเสียววาบในช่องท้อง
“ ซายุ..อึก ” เขาบอกให้อีกคนคลายแรงลง แต่เพราะเจ้าตัวที่หลับตาปี๋ไม่ฟังเสียงเอาแต่ดิ้นถอยห่าง ซ้ำยังตอดรัดถี่รัวเล่นเอาเขาแทบระเบิดไอรักให้พรั่งพรูเต็มทางคับแคบนั่น
“ จุน..เร็ว..ฉันไม่ไหว..” ซายุพูดกระท่อนกระแท่น เร่งเร้าให้คนที่เอาแต่ซบหน้าอยู่บนไหล่รีบจัดการเสียทีแต่ก็เหมือนไม่ช่วยอะไรเลย
“ ซายุลองขยับสิ ” จุนขอ รู้ว่าในเวลานี้เท่านั้นที่อีกฝ่ายจะสิ้นอาย
แค่ไม่นาน..สะโพกเล็กก็เริ่มขยับขึ้นลง หยัดแรงตรงปลายเท้าแล้วยกตัวแผ่ว ครอบลงบนความแข็งกระด้างที่สอดแทรก ผ่อนลมหายใจให้คลายลงก่อนจะกัดฟันกระแทกตัวลงมาจนสุด กลั้นเสียงร้องได้ทันท่วงที
ร่างใหญ่ขบกรามแน่น ผลักตัวอีกคนเข้าชิดกำแพงแข็งแล้วเริ่มกระแทกกระทั้นเข้าหา ยิ่งผ่อนแรงตรงแขน ตัวคนรักก็ยิ่งตกลงแนบชิดบนส่วนใหญ่โตนั่น เสียงครางและเสียงหอบดังผสานกัน มากขึ้นเรื่อยๆจนก้องผนังห้อง เสียงผิวกายกระทบกันดังระงมไปทั่ว
ช่วงแขนยาวกอดเข้ามารอบแผ่นหลังเล็ก โอบรัดกันแนบแน่นทุกคราวที่ร่างสอดแทรกเข้าหากัน จังหวะการเคลื่อนไหวถี่กระชั้น เสียงหวานร้องกรีดจนสุดเหมือนคนจะขาดใจ อกบางสั่นริก ผิวเนื้อเสียดสีอยู่บนตัวผ้าดังสวบสาบ ดวงตาสีเทาหลับแน่น ร้องครวญครางด้วยหัวใจที่กำลังจะขาดรอน
“ รัก..อือ..ฉันรักซายุ..” จุนร้องบอก
ร่างสูงขยับตัวเร็วมากขึ้น แรงมากขึ้น กดแช่ตัวเข้าหาแล้วกระชากออก กระแทกกลับเข้าใหม่ก่อนจะขยับถี่ๆ ทั้งตัวกระตุกวาบ นัยน์ตาพร่ามัวพร้อมกับน้ำรักร้อนระอุที่ฉีดพุ่งเข้าไปภายใน หลั่งรินลงเป็นสายอาบสะโพกเปลือยเปล่าพร้อมกับเสียงคราง ทั้งคู่ล้มลงนอนพังพาบกับพื้นห้องน้ำที่แห้งสนิท
จุนพรมจูบลงบนใบหน้าหวาน ส่วนร้อนผ่าวยังขยับเข้าออกอยู่สักพักในร่างนุ่มนิ่ม คราบรักหยดลงบนพื้นกระเบื้องใสสะอาดตอนที่เขาถอนตัวออกมาแผ่วเบา
ขาเพรียวยังคงตั้งชันจนฝ่ายนั้นถอยออกให้ ซายูริหมดแรงจนตัวอ่อนระทวย ปล่อยให้สามีใช้ผ้าชุบน้ำทำความสะอาดต้นขาขาวแล้วสวมยูกาตะที่เปื้อนเล็กน้อยเข้าไปใหม่ถึงจะมีแรงลุก
“ มีความสุขมั้ย ซายุ ” เขาเข้ามาจุมพิตบนเรียวปากหวาน มองคนที่พยักหน้าหงึกๆแทนคำตอบแล้วยิ่งอารมณ์ดี
“ กลับไปต่อที่บ้านกันเถอะนะ เอาให้สำลักความสุขกันไปข้างเลย ”
......
เสียงฝีเท้าหนักๆที่ย่ำลงบนพื้นไม้ไม่ได้ปลุกคนที่นอนสลบอยู่บนเตียงใหญ่ แสงแดดรำไรตอนเช้าทาบลงมาบนเรือนกายขาวผ่องที่คุดคู้อยู่ใต้ผืนผ้าเนื้อบางคลุมแค่ต้นขา ร่องรอยบวมช้ำของทุกการกระทำปรากฏเด่นชัดไปทุกที่
“ ตื่นได้แล้ว! ” เสียงแข็งกร้าวตวาดมาพร้อมกับสาดน้ำรสปร่าจากไอทะเลใส่ร่างที่นอนซม จนทั้งตัวเปียกโชก
เอริสะดุ้งตื่นอย่างหวาดหวั่น ความเค็มแทรกเข้าผิวกายยิ่งทำให้แสบร้อนนับเท่าตัว สองแขนกอดตัวเองด้วยความหนาวสั่น ผสมรวมไปกับพิษไข้ที่กำลังกลุ้มรุม
“ สำออยจริงนะครับ..” ร่างใหญ่หัวเราะเยาะเย้ย ปราดเข้ามาตะปบคางเรียวเมื่อเห็นแววตาต่อต้านสะท้อนกลับมา
“ เจ็บ! ” เสียงแข็งใส่แล้วยิ่งต้องนิ่วหน้าเมื่อถูกบีบเข้าที่ต้นแขน
“ แล้วไง! คิดว่าเจ็บเป็นคนเดียวเหรอ คนอื่นมันไม่มีหัวใจใช่มั้ย!! ” ชินยะตะคอก ก้าวขึ้นเตียงนุ่มแล้วกระชากไหล่บางเข้ามาหาตัว
“ นายพูดเรื่องบ้าอะไร! ฉันไปทำอะไรให้ใครกัน!! ไม่บอกแล้วจะรู้มั้ยล่ะ คิดเองเออเองฝ่ายเดียวนี่มันเป็นสันดานของนายก็ด้วยงั้นสิ!..” เอริแหวใส่ น้ำตาร่วงลงอาบแก้มกับทุกอย่างที่ไม่รู้ไม่เห็นอะไรกับใครเลย
คนฟังกำหมัดแน่น เขาต้องพยายามอดกลั้นโทสะจนแทบจะบ้าตาย
..เกลียด..ท่าทางที่ทำเหมือนไร้เดียงสาแบบนี้ที่สุด..
“ ไม่รู้งั้นเหรอ..งั้นถ้าบอกว่ากับคนที่ชื่อ จุน พี่จะรู้จักมั้ย! ”
หัวใจดวงน้อยกระตุกวาบ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความรู้สึกสับสน
..พี่จุน..
“ ทำไม..” เอริเสียงสั่น นึกทบทวนถึงคราวนั้นที่พี่เตือนกันมา
..ไม่ได้เข้าไปยุ่งกับทาซึดะ ชินยะใช่มั้ย..
..ทำไมล่ะ..เขาเสียหายเหรอ..
..อย่ายุ่งก็พอแล้ว..
..ไม่มีเหตุผลนี่..
..เอริเชื่อพี่นะ..ไม่มีอะไรที่พี่หวังร้ายกับน้องคนนี้หรอก..
..พี่จุนไปสร้างศัตรูไว้แล้วกลัวเขากลับมาทำร้ายเอริเป็นการแก้แค้นคืนรึไง..
......
ใบหน้าหล่อเหลาผุดยิ้มมุมปาก ตะครุบตัวคนที่ลนลานจะหนีไปทางอื่นแล้วลากกลับมาบนเตียงที่ชุ่มไปด้วยรอยเปียกของน้ำทะเล ดึงเศษผ้าผืนเดิมที่ยังผูกคาบนเสาเหล็กกลับมามัดข้อมือเล็กไว้เสียข้างหนึ่ง
“ ไง..ผมบอกแล้วว่าพี่ต้องรู้ดีเรื่องมัน..”
“ พ..พี่จุน..ทำอะไรให้นาย..” ทั้งร่างสั่นเทา ไม่อยากจะรับรู้อะไรทั้งนั้นถึงด้านมืดของพี่ชายสุดที่รัก มันไม่ใช่เรื่องดีแน่ถ้าลงว่าคนตรงหน้าเคียดแค้นรุนแรงใส่เขาขนาดนี้
“ รู้จักทาซึดะ ซายูริมั้ย..นั่นน่ะ พี่ชายของผมเอง คนที่เคยมาถ่ายแบบคู่กับผมวันนั้น..วันที่พี่..เข้ามาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้ ” สองแขนแกร่งคร่อมร่างนวลเนียนที่เปลือยเปล่าเอาไว้ ก้มหน้าลงต่ำพร้อมคำพูดที่ค่อยๆแย้มความลับทั้งหมด
เอริรู้สึกถึงใจที่กระตุกรุนแรง เรื่องราวทั้งหมดในหัวปะติดปะต่อกันอย่างรวดเร็ว เขาน่าจะเอะใจตั้งนานแล้วว่าใบหน้างดงามภายใต้ดวงตาสีเทาหม่นนั่นเคยเห็นที่ไหน..ใบหน้า..ที่เคยวาดไว้บนกระดาษแผ่นน้อยเมื่อตอนยังเด็ก
..ใครเหรอเอริ..
..ภาพพี่ซายุล่ะ..
..นี่เป็นนางฟ้าเลยน้า..
..ชัวร์..พี่ซายุน่ะสวยที่สุด ผิวก็ขาว..เนี๊ยนเนียน..ตาโตแบบบาร์บี้ของเพื่อนเอริเลย..
..ทำไมพี่ซายุถึงชื่อเหมือนผู้หญิงจัง แบบได้ยินครั้งแรกก็สะดุดหูแล้ว..
..แม่ของพี่คิดว่าท้องแรกเป็นผู้หญิง ก็เลยตั้งชื่อรอไว้ก่อน..
......
..ทาซึดะ ซายูริ..
“ พี่..ซายุ..เป็นแฟน..พี่จุน..” เอริเพ้อขึ้น ดวงตาฉายแววกังวลแจ่มชัด
“ ต..แต่เขาเลิกกันนานแล้ว..”
..เลิก..แล้วพี่จุนก็ไปรักพี่ฮานะ..
..แล้วตอนนี้..ทำไม..นี่มันเรื่องอะไรกัน..
ชินยะขบกรามด้วยความโกรธแค้น เขาข่มอารมณ์ ลุกขึ้นจากเตียงแล้วคิดแผนการอื่นในหัว
..ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นแฟน..หน้าชื่นตาบานพูดมาได้เต็มปากเต็มคำว่าเลิกกันแล้ว..
..หน้าโง่!..ถ้าเลิกกันก็เพราะพี่นั่นแหละที่ทำให้มันเปลี่ยนใจ!!..
“ เลิก..คงงั้นมั้ง..ผมรู้แต่ว่าพี่ซายุกรีดข้อมือตัวเองเพราะไอ้จุน! ไอ้ชาติชั่วนั่น!! พี่รู้มั้ยว่ามันทำอะไรกับครอบครัวผม ” เขาแค่นยิ้ม ลากขากล้องถ่ายวีดีโอมาตั้งข้างเตียง มือปรับเลนส์อย่างใจเย็น จงใจให้ฉายชัดมาบนฟูกตรงหน้ามากที่สุด
ร่างเล็กบางยันตัวเองขึ้น มองมาที่คนตรงข้ามอย่างระแวง มือข้างที่ยังเป็นอิสระทึ้งเศษผ้าที่มัดตัวไว้แต่ยิ่งรั้งปมก็ยิ่งพันแน่น
“ ชิน..พี่ไม่รู้..ไม่รู้อะไรทั้งนั้น..อย่าทำพี่เลยนะ..” ดวงตาคู่สวยปล่อยหยดน้ำใสไหลริน รู้ดีว่าตอนนี้กำลังจะถูกทำอะไรกับร่างกาย
อีกฝ่ายยักไหล่ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเชื่องช้าตอนที่ก้าวขึ้นมาบนเตียงกว้างอีกครั้ง เขารั้งเอวคอดให้เข้าหาแล้วขยับคร่อมลงไปทั้งตัว มือปลดกางเกงของตัวเองทั้งที่ดวงตาจับจ้องอยู่แต่ใบหน้าหวานใส
“ มันหลอกพวกเรา..คิดว่าไอ้คนกระจอกแต่งตัวไร้ของมีราคาที่พาพี่ซายุเข้าโรงแรมวันนั้นจะมีปัญญาขับจากัวร์คันเป็นล้านได้เพราะอะไร..มันจะมีปัญญาหาบ้านหลังใหม่ได้เพราะอะไร..ถ้าไม่ใช่โกงคนอื่นมา..” เขาเน้น บีบแก้มเนียนให้หันมองกันแล้วขยับตัวเข้าใกล้ รั้งต้นขานวลออกกว้าง
“ รู้บ้างมั้ย..ว่ามันเข้าหาพวกเราผ่านทางพี่ซายุ..หลอกให้พี่รัก หลอกให้พ่อผมไว้ใจ แล้วไง..ก็แค่ทุกอย่างกลายไปเป็นของมัน พวกเราหมดตัว! พี่ถูกเขี่ยทิ้ง พี่เสียใจแค่ไหน..รับรู้บ้างมั้ย!! ”
เอริชาไปทั้งตัว น้ำตาไหลรินกับความจริงที่ได้ฟัง
..น่าขันนัก..เอริคนนี้ไม่รู้ในสิ่งที่พี่ชายแสนดีทำเลย..
..วันนั้นพี่พาขึ้นรถราคาแพง..พาเข้าห้องอาหารดีๆ..พาไปซื้อของมากมาย..
..สัญญาว่าจะรับไปอยู่ด้วยกันที่บ้านอีกหลัง..
..ทำไม..เอริถึงไม่คิด..ว่ามันเป็นเพราะเรื่องนี้..
..ทำไม..ไม่เอะใจในคำเตือนนั้นตั้งแต่แรก..ว่าพี่เป็นวัวสันหลังหวะ..
..พี่ทำร้ายคนอื่น..แต่ก็ยังกลัวว่าคนอื่นจะกลับมาทำร้ายเอริ..
..ทำไม..ถึงเป็นคนแบบนั้นไปได้..
“ ฮึก..พี่จุน..” ม่านน้ำใสปกคลุมไปทั่วดวงตาสีอ่อน มันหยดลงแล้วไหลรินลงจนชุ่มหมอนหนุนที่ถูกดึงทิ้งไปแล้วสอดเข้ามารองใต้สะโพกอิ่มแทน
“ แล้วถ้าจะถามว่าพี่เกี่ยวอะไร..ผมจะบอกให้ก็ได้ว่าพี่เอริเป็นคนที่มันรัก!! รักมาก! ผมถึงต้องทำให้มันเจ็บที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะพี่ทั้งนั้น..มันถึงทำกับพวกเราอย่างนี้! ” ชินยะขยุ้มกลุ่มผมนุ่มเข้ามาหา บดเบียดริมฝีปากลงไปขบกัด ดุนดันลิ้นเข้ากวาดต้อนรสอย่างพอใจ
เอริร้องไห้โฮ ทั้งความเจ็บปวดจากสิ่งที่ได้รับฟัง ทั้งความไว้เนื้อเชื่อใจคนด้านหน้า ทั้งอะไรอีกหลายอย่างที่ต่างคนต่างมีความลับ
“ ทำไม..พี่จุน..ฮืออ..พี่จุน..”
ร่างสูงจ้องกลับมาอย่างคาดโทษ อารมณ์รุนแรงพุ่งพรวดขึ้นไปอีกเท่าตัวในเมื่อคนข้างใต้เรียกหาแต่ชื่อของศัตรู บางทีความคิดของเขามันอาจจะไปทำให้ยิ่งโมโหกับเรื่องที่ว่าไม่สามารถรับรู้ได้เลยถึงความสัมพันธ์รักของคนสองคน
..อย่าเรียก..อย่าคิดเรียกชื่อมัน..
..เพราะพี่กำลังย้ำว่าผมเป็นแค่ไอ้หน้าโง่ตัวหนึ่ง..
..ผมไม่ใช่คนที่พี่จะมอง..ผมเป็นแค่คนที่ทำร้ายพี่..
..เป็นแค่คน..ที่ได้เพียงร่างกาย..
“ เงียบ! ” เขาตะคอก บีบไหล่นวลเต็มแรงเพื่อให้อีกฝ่ายหยุดร้องหาชื่อต้องห้ามนั่น
“ ชิน..พี่ขอโทษ..พี่..ไม่รู้..” ใบหน้าสวยส่ายหัว น้ำตาเปรอะเปื้อนไปทั่ว อ้อนวอนขอให้อีกคนยกโทษให้แม้จะนึกรู้ว่ามันไม่มีทาง
“ ขอโทษ..แทนพี่จุน..แต่ได้โปรด..ลงโทษพี่วิธีอื่น ”
เด็กหนุ่มนิ่งอึ้ง แต่ก็แค่สักพักเท่านั้นที่ดวงตาสีเข้มวูบไหว เพียงครู่เดียว..มันก็กลับมามีแววเย็นชาอย่างเดิม
..รักกันมาก..รักกันถึงขนาดยอมให้เอาเปรียบ..
..พี่รักมันขนาดไหนเชียว..ไอ้คนชั่วพรรค์นั้น..
..ทำไม..ทำไมไม่เป็นผมล่ะ!!..
“ โทษของพี่..พี่ได้จ่ายคืนผมแน่ แต่มันต้องเป็นวิธีนี้เพราะพี่กลัวมันมากที่สุด ” เขาหัวเราะในลำคอ วางมือลงบนเอวบางแล้วรั้งให้ทั้งตัวแนบเข้าหากัน กระแทกกายสอดแทรกเข้าไปยังทางรักที่แดงจัด
เอริหวีดเสียงก้อง มือกระชากผ้าที่มัดตัวอยู่แทบขาดออกจากกัน ดิ้นรนสุดใจด้วยความเจ็บร้าว ส่วนแข็งกระด้างเสียดสีในช่องท้องจนร้อนวูบ ไม่มีสัมผัสที่ใครต่อใครบอกมานักต่อนักว่าจะมีความสุขไปกับปลายทางนั้นเพราะทุกอย่างถูกดึงดัน ข่มเหงด้วยความบ้าคลั่งของอารมณ์
มือใหญ่ตรึงแขนเรียวไว้กับพื้นเตียง บีบเค้นด้วยนิ้วจนขึ้นรอยช้ำ ผิวกายสีขาวจัดมีแต่ร่องรอยของการฝากรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ..ถ้าพี่จะเจ็บกับเรื่องแค่นี้! ” เขากระซิบเสียงพร่า ขยับกายเข้าออกอย่างเร่งเร้าเมื่อความร้อนภายในบีบรัดจนเขาหลุดเสียงคราง
“ อ..อึก..อ..ย่า ” นัยน์ตาบวมช้ำปิดแน่น พยายามไม่รับรู้ถึงส่วนที่สอดแทรกในร่าง ไม่มองใบหน้าคมคายที่ทอแววพอใจ
ร่างสูงก้มลงจูบปากบาง สูดดมความหอมจากซอกคอขาวนวล โน้มกายลงสวมกอดร่างบอบบางที่บิดเร่าอยู่ข้างใต้ เสียงสะอึกสะอื้นดังระงมไปทั่วทุกคราวที่ร่างกายสอดประสานกัน
ดวงตาคมกริบละมาจากแก้มใสที่ขึ้นสีแดงก่ำ ปรายมองมือถือตรงหัวเตียงที่สั่นครืดคราดอยู่ไม่หยุดมาร่วมสิบนาที เขาขยับไปคว้ามันมาไว้ทั้งที่ยังอยู่ในร่างอีกคน
เอริพยายามดันแผงอกแกร่งออกห่าง เสียงที่ยังร้องครวญครางถูกปิดแน่นด้วยมือใหญ่ตอนที่ฝ่ายนั้นกดรับทางปลายสายก่อนที่จะก้มลงมาขบกัดลงบนยอดอกสีชมพูสด
“ ไงครับ..พี่มาโดกะ ” เขายิ้มหยัน กดโฟนแล้วเอาไปแนบข้างหูของคุณผู้จัดการที่เบิกตากว้างดิ้นรนจะถอยหนีแต่ถูกตะครุบตัวไว้
“ อ..อื้อ..” เสียงหวานร้องในลำคอ คิ้วเรียวขมวดมุ่นกับแรงที่โหมใส่
“ ช..ช่ว..” เอริเบือนหน้าหนีมือใหญ่ที่ปิดปากไว้แน่น ทำเอาคนด้านบนอารมณ์ขึ้น ฉีกปลายผ้าม่านบางด้วยมือเดียวแล้วมัดเรียวปากอิ่มเอาไว้แน่นหนา
‘ นายหายไปไหน! วันนี้มีถ่ายโฆษณาก็ไม่โผล่หัว เอริก็ด้วย!! พี่เสียหายนะ โดนเขาเฉ่งมาอีกแล้ว! ’ ทางนั้นตวาดแว้ดอย่างที่ไม่ฟังเสียงอะไรทั้งสิ้น
ชินยะยกยิ้ม อยากจะบอกไปเหมือนกันว่าเขาพาผู้จัดการส่วนตัวที่ถูกถามถึงมาหาอะไรทำเล่นบนเกาะห่างไกลผู้คน และตอนนี้ก็กำลังทำเรื่องอย่างนั้นกันอยู่
“ ขอโทษครับ..ผมมีธุระกะทันหัน แต่บอกพี่เอริไว้แล้วนี่นา พี่เค้าไม่ได้บอกเหรอครับ ”
ดวงตาสีอ่อนไหวสั่น หยาดน้ำใสไหลรินกับคำโกหกที่พูดมาได้อย่างเฉยเมย เรียวเล็บจิกลงกับฝ่ามือบางเมื่อทั้งร่างสะดุ้งไหวตามแรงส่งที่บดเบียดเข้าหา สะโพกถูกรั้งเข้าหาหน้าตักแข็งแรง ถูกฝ่ายนั้นช้อนตัวให้นั่งทาบทับลงมาบนความร้อนระอุที่พองโต
‘ ไม่ได้บอกนี่! แล้วดีนะที่วันนี้ไม่มีงาน แต่พรุ่งนี้นายน่ะมีถ่ายกับนางแบบ คุณเธอเป็นพรีเซนเตอร์ให้ลาคอสต์ พวกเขาต้องการมือหนึ่งของเราไปร่วมงานด้วย ถ้าไม่มาล่ะน่าดู! ’
“ ครับ..ผมจะไป ” เขาหัวเราะ ประคองเอวคอดให้สูงขึ้นแล้วดึงกลับลงมา สวนเข้ากับสะโพกแกร่งที่ขยับรุกถี่รัว มองใบหน้าสวยที่มีแต่น้ำตาไหลพรากแล้วยิ่งสมใจ
“ ว่าแต่..พี่เอริไม่ได้มาทำงานเหรอ เขาหายไปไหนกันนะ ” ชินยะแสร้งทำอยากรู้ มองสบกับดวงตากลม เอื้อมมือลงไปลูบไล้ตรงหว่างขานวลก่อนที่จะกอบกุมบางส่วนเอาไว้เต็มมือ
เอริสะดุ้งเฮือก สะบัดหน้าหนี ร้องอื้ออึงในคอตอนที่ถูกมือใหญ่รูดขึ้นลง ปลายนิ้วยาวกดเม้มอยู่ตรงส่วนปลายที่เป็นสีแดงสด เคล้าคลึงไปด้วยในขณะที่ยังคงสวนร่างเข้าหากัน
‘ ไม่รู้สิ..ปิดมือถืออีกต่างหาก ’ ว่ามาปนไปกับความน้อยใจ
คนฟังยิ่งชอบนักที่ทุกอย่างเข้าทาง ไม่มีใครรู้ว่าใครบางคนหายไป จนกว่าเขาจะพอใจให้มันเปิดเผย และเมื่อนั้นก็คือเวลาที่ตักตวงจนเต็มอิ่ม
“ ถ้าพี่เจอ..ก็โทรหาผมด้วยแล้วกัน แค่นี้นะครับ..” กดปิดแล้วดับเครื่อง โยนไปกองตรงโซฟาด้านหลัง
เสียงเตียงลั่นเสียดสีกับพื้นไม้ดังออดแอด ฟูกหนายุบลงไปตามน้ำหนักที่ถูกคนตัวใหญ่กว่าเหวี่ยงร่างเพรียวบางลงไปนอนกอง เขาหมดความอดทนกับการเล่นละครทางปลายสายถึงได้เปลี่ยนมาสอดใส่จนเต็มความยาว
“ อึดอัดรึเปล่าครับพี่..” เขาแกล้งถาม เอื้อมมือไปด้านหลังแล้วกระตุกผ้าปิดปากให้
“ อือ..อ๊าา..” เอริกัดปากแน่น ความร้อนในตัวไหลวาบออกมาจนรินลงอาบหน้าขา
จุกเสียดไปทั่วท้องน้อยแบนราบ ส่วนแข็งกระด้างขยับรุกล้ำเข้าไปเรื่อยจนต้องร้องครวญครางระบายความเสียวซ่าน นัยน์ตาที่เสหลบไปถูกบังคับให้หันกลับมาจ้องหน้ากัน
ชินยะโอบขาเรียวให้แนบชิด ขยับร่างกระชั้นขึ้นตอนที่มองลึกลงไปในดวงตาสีอ่อน
..มีผมคนเดียวเท่านั้นที่ได้พี่มาก่อน..
..ก็เอาสิ..ตอนนี้อยากจะคิดถึงใคร..อยากจะเรียกชื่อใครก็ช่าง..
..เพราะต่อๆไป..พี่เองที่จะต้องเห็นหน้าผมทุกครั้งที่หลับตา..
ร่างใหญ่ถอนตัวออกก่อนที่จะกระแทกกลับเข้าไปใหม่ ความสุขท่วมท้นในร่างอย่างที่ไม่เคยพบที่ไหน ทุกครั้งที่เข้าครอบครอง..ความทรนงที่ได้เป็นคนแรก..ความภูมิใจทั้งหลายมันก็พรั่งพรู
..ยิ่งดื่มด่ำก็ยิ่งหลง..คนทะนงตัวก็มีสิทธิ์ตกหลุมพรางที่ตัวเองขุด..
..จะปีนป่ายกลับขึ้นมายังไงก็เห็นว่าคงไม่มีทาง..
......
ร่างสูงใหญ่ถอนกายออกมาจากคนที่นอนซุกตัวอยู่บนเตียงนุ่ม คราบน้ำตายังเปรอะเปื้อนใบหน้าหวานเมื่อเขาลุกขึ้นแล้วเดินไปกดหยุดการถ่าย คว้ามันกลับมานั่งรีเพลย์ใหม่แล้วพอใจยิ่งกว่าอะไรกับท่าทางและน้ำเสียงของคนใต้ร่าง
..โดยเฉพาะตอนที่ร้องเรียกชื่อ ‘พี่จุน’..
..มันจะทำให้เจ้าของชื่อนั่นบาดหัวใจมากเป็นพิเศษ..
ชินยะกดยิ้มมุมปาก เดินออกไปอีกห้องเพื่อซ่อนกล้องวีดีโอเอาไว้ในที่ที่ร่างขาวนวลเนียนในนั้นจะไม่มีทางรู้เห็น ก่อนจะกลับมาด้านใน ล้มตัวลงนอนข้างกันเพื่อจะจับจ้องดวงตาคู่สวยที่ปิดสนิทไปพร้อมความเสียใจ
..เขาก็แค่ตัดต่อภาพที่บันทึกไว้..แล้วส่งความประทับใจอย่างว่าไปให้ใครสักคนที่โตเกียว..
..รอดูมันเจ็บแค้นถึงขีดสุด..เอาให้กระอัก..รวดร้าวไปกว่าที่เขาเป็น..
..การลงทัณฑ์คนที่ไม่รู้ความด้วยมันช่างแสนเย้ายวนใจ..จนถอนตัวไม่ขึ้น..
.........................................................................................
รถคันสวยหยุดนิ่งลงหน้าร้านสัตวแพทย์เหมือนทุกเช้า แล้วก็เป็นผู้ชายตัวโตคนเดิมที่วิ่งลงมาไขกุญแจให้พร้อมกับช่วยร่างเล็กอีกคนแบกลังหนักอึ้งใส่อาหารสัตว์มาเก็บไว้ด้านหลังร้าน ก่อนที่จะขับรถไปทำงานในโรงพยาบาลที่บางวันเข้าเวรจนดึกดื่นแต่ก็ยังอุตส่าห์แวะมารับใครอีกหนึ่งที่ว่างจากงานรักษาเจ้าตัวน้อยตั้งแต่หกโมงเย็นเพื่อกลับคอนโด
“ ขยันทำงานนะครับหมอ..” เสียงใสพูดเจื้อยแจ้ว โบกมือให้กับคนที่ยิ้มรับอย่างอ่อนโยน
“ เย็นนี้จะมารับไปร้านอาหารแถวนี้นะ ทำตัวให้ว่างล่ะ ” คนที่แสนดีกว่าใครกำชับมาก่อนจะขับรถออกไปตามลำพัง
อายะยิ้มเขิน มองตามหลังรถที่เลี้ยวไปจนสุดอีกถนนแล้วถึงได้เลื่อนบานกระจกเข้าร้าน จัดการข้าวของให้เข้าที่แล้วมานั่งคิดอะไรเพลินๆ
..ยังไม่ได้ติดต่อซายุเลย..เขามีความสุขจนลืมเพื่อนไปก็เพราะคิดว่าซายุก็คงเหมือนกัน..
..บางทีอาจจะเข้าไปยุ่มย่ามกับชีวิตเจ้านั่นมากเกิน..
..ในเมื่อคุณลุงโทอิก็ออกปากมาด้วยตัวเองที่จะให้อยู่ด้วยกันแล้ว..
มือบางเท้าคาง จับดินสอมาขีดๆเขียนๆลงกระดาษโฆษณาที่มีคนมาเหน็บไว้หน้าร้าน วาดไปวาดมากลับเป็นรูปกระต่ายตัวจ้อยที่วิ่งวนอยู่ในกรงตรงหน้าเสียได้
ร่างเล็กบางหัวเราะสดใสเมื่อแหย่นิ้วเข้าไปแล้วถูกขบลงมาไม่แรงนัก แสดงว่าเจ้าชิโระคงหิวพอๆกับยูกิจังที่ครางในลำคอแล้วเอาตัวมาถูไถกับขาของเขา
“ อาหารเช้าจ้า..” อายะร้องบอก เอาอาหารเม็ดของกระต่ายใส่ไว้ในกรงพร้อมน้ำสะอาด แถมเป็นหญ้าขนที่หมอโฮโจสู้อุตส่าห์ไปเกี่ยวมาให้จากนอกเมือง แล้วแกะกระป๋องทูน่า เทใส่ถ้วยของเจ้าเปอร์เซียขนพอง
......
ทันทีที่เงยหน้า..ใบหน้าหวานก็ตกใจจนซีดเผือดเมื่อสบเข้ากับใครบางคนที่เข้ามายืนอยู่ในร้านเงียบเชียบตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้
“ เรียว..” เจ้าตัวขยับขาไม่ออก ยืนจ้องหน้าหล่อเหลาอย่างนั้นเหมือนคนเสียสติ
“ ขอโทษ..ที่ทำให้ตกใจ ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยปาก เดินไปนั่งที่โซฟาไม้แล้วนิ่งไป มองซากของกิ่งซากุระแห้งเหี่ยวคาแจกันใบใหม่
“ ฉันดีใจ..ที่นายเก็บขึ้นมาตั้งโต๊ะทั้งที่มันร่วงพื้นไปแล้ว ” เขาหัวเราะขมขื่น หันมองคนที่ยืนทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
“ ม..มาทำไม..” กว่าจะบังคับให้เป็นตัวของตัวเองได้ก็แสนลำบาก ยิ่งเมื่อเงยหน้าแล้วพบว่าคนที่แยกตัวไปนั่งเสียไกลกลับเดินเข้ามาใหม่ คร่อมแขนทับร่างเอาไว้กับกำแพงแข็งก็ยิ่งตัวสั่น
เรียวเฮหลุบตาลงมองเรียวปากหวานฉ่ำที่เขาบังคับจูบ มองไหล่บอบบางที่เขากอดตอนมันสั่นสะท้านแล้วยิ่งโหยหา
“ ไม่ขอให้ยกโทษ..แต่อยาก..ขอโอกาสเท่านั้น..”
อายะดันอกกว้างออกห่าง และฝ่ายนั้นก็ยอมผละไปง่ายดาย
“ ไม่มีประโยชน์..ฉันกำลังมีความสุขกับหมอ..นายไม่ควรมารบกวน ” กล้ำกลืนแรงสั่นของหัวใจที่มันร้องท้วงว่าในความสุขนั้น มันไม่มีทางเลยที่หมอจะมารักเทียบเท่าแฟน
..ก็แค่สงสาร..และปฏิบัติตัวด้วยอย่างผู้ชายที่แสนดี..
..รู้ซึ้งถึงข้อนี้แต่ฝืนใจเก็บกลืนมันลงไป..ยอมมีฐานะเป็นน้องชายคนหนึ่งจะดีกว่า..
ร่างใหญ่นิ่งค้าง เขาคาดคำตอบตั้งแต่ทำใจมาเผชิญหน้า แต่ก็ไม่คิดเลยว่ามันจะบาดลึกลงไปทุกความรู้สึกขนาดนี้ มันจะช่วยอะไรได้..ในเมื่อเขาผลีผลาม อยากจะไขว่คว้าเอาอายะมาเป็นของตัวเองอีกครั้งด้วยความร้อนใจ ทั้งที่รู้ดีว่าอายะเกลียดคนใช้ความรุนแรงที่สุด
..ฉันบอกแล้ว..ว่าไม่ใช่ผู้ชายที่ดีนัก..เทียบกับคาซึมะ โฮโจไม่ได้..
..แต่ฉันรักนายมาก่อน..และมั่นใจว่าจะรักเพียงคนเดียวไปชั่วชีวิต..
“ เป็น..ของเขาหรือยัง..” เขากลั้นใจถาม อยากร้องด่าตัวเองว่ามีสิทธิ์อะไรถึงไปพูดอย่างนั้น
..เพื่อนหรือ..ก็แค่คนรู้จัก..
..พี่ก็ไม่ใช่..มันก็แค่คนที่มีสายเลือดใกล้เคียง..
..แฟน..เป็นแค่ความฝันลอยลม..
อายะหันขวับมาหา แววตาโกรธเคืองอย่างสุดหัวใจ
“ นายคิดว่าไงล่ะ..ฮิราสึกะ เรียวเฮ ”
คนฟังพยักหน้ารับ เขายอมทุกอย่างที่รวมกันเป็นอายะ ไม่ว่าคนตรงหน้าจะไปมีใครอีกกี่สิบคน จะนอนกับผู้ชายคนไหนมากมายเท่าไหร่ เขาก็ยังรักไม่เปลี่ยนแปลง มันอาจจะมีหวง มีหึง อยากครอบครอง แต่ในตอนนี้..เพียงแค่แลกกับการจะได้อายะคนเดิมกลับมา..เขายอมลดตัวไปอยู่ด้านหลัง เฝ้ามองอย่างเคย..ไม่มีสิทธิ์..อย่างเคย..
..แค่อย่าทำเฉยชา..และรังเกียจกัน..
“ ไม่ได้คิดว่าอะไร..” เขายิ้ม หันหลังให้แล้วจะเดินจากไปแต่มือบอบบางฉุดรั้งตัวเขากลับมาเสียก่อน
ร่างขาวนวลกระชากไทสีเข้มลงต่ำ เรียวคิ้วขมวดมุ่นด้วยความโมโห
“ ฉันไม่ได้นอนกับใครก็ได้! หยุดความคิดเฮงซวยของนายไว้แค่นั้นแหละ!! ”
เรียวเฮนิ่งเงียบ อาการร้อนรนพยายามอธิบายของคนตัวเล็กนี่จะหมายความถึงอะไรได้บ้าง
“ ก..ก็แค่บอก..ฉันไม่อยากให้นายมองว่าฉันมันมั่ว..” พอรู้ตัวก็หันหน้าหนีแล้วเดินถอยออกห่าง จะกลับเข้าไปหลังร้านแล้วแต่ฝ่ามืออบอุ่นรั้งไว้บางเบา
“ ขอโอกาส..อีกครั้ง..” เขาอ้อนวอน ล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงแล้ววางล็อคเก็ตรูปหัวใจกรอบทองเอาไว้บนเคาน์เตอร์ ก่อนที่จะเดินออกไปก็พลันสะดุดกับกระต่ายตัวน้อยที่เล็มเลียใบหูขาวสะอาดของตัวเองอยู่
“ ฉันดีใจมาก..ที่นายเลี้ยงชิโระของฉันไว้..ไม่รู้นายตั้งชื่อมันว่าอะไร..แต่เพราะมันขาว ฉันเลยเรียกง่ายๆอย่างนั้น ” เรียวเฮยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมเสน่ห์อย่างที่หลายคนอยากเอามาเป็นของตัวเอง แต่รอยยิ้มนี้ก็เก็บไว้ให้ใครแค่หนึ่งเดียวเท่านั้น
อายะถึงกับสะอึก เกลียดการรู้ทันของคนด้านหน้าที่มองทะลุปรุโปร่งในตัวเขาได้หมด สายตามองตามแผ่นหลังกว้างที่ก้าวออกนอกร้านไป ตัดสินใจคว้าล็อคเก็ตทองมาไว้แนบอก วิ่งตามไปด้านหน้า
“ ฉันไม่รับปาก! ” เสียงหวานตะโกนไล่หลัง รั้งให้อีกฝ่ายหันกลับมามอง
“ ฉันรักหมอคาซึมะ..แต่ฉันเกลียดนายกว่าใคร! ” เจ้าตัวหอบน้อยๆ รู้สึกถึงความร้อนผ่าวในดวงตาที่มันกำลังเอ่อคลอ
“ แต่..ที่นายให้มา..ฉัน..ฉันจะเก็บมันไว้..” อายะพูดไปทั้งอย่างนั้นแล้ววิ่งกลับเข้าร้าน ไม่หันไปดูคนที่ยิ้มบางเบาให้กับสายลมอุ่นยามฤดูร้อน
..มันเป็นภาพล็อคเก็ตที่เราถ่ายคู่กันในตอนเด็ก..
..เมื่อตอนที่เรายังรักกัน..
..แค่นายยอมรับ..และจะยอมถือไว้..แค่นั้นแหละ อายะ..
..ฉันต้องการแค่นั้น..
.........................................................................................
นัยน์ตาที่หลับพริ้มค่อยๆลืมขึ้นเชื่องช้า จับจ้องอยู่ที่คนนอนเคียงข้าง ลมหายใจสม่ำเสมอของฝ่ายนั้นทำให้ร่างเล็กบางยันตัวเองขึ้นแผ่วเบา ฟูกนอนยวบลงไปนิดตามน้ำหนักที่กดทับทำเอาอีกฝ่ายขยับตัวแต่ก็เท่านั้น
ความร้อนแรงจากแสงแดดตอนเที่ยงวันสาดเข้ามาทางม่านหน้าต่าง ส่องกระทบเข้ากับพื้นไม้ขัด สะท้อนช่อคริสตัลบนเพดานโปร่งเปล่งแสงวาววับทาบลงบนฟูกเตียง
เอริขยับตัวถอยห่าง สายตาสะดุดเข้ากับเศษผ้าที่ผูกข้อมือไว้ก็ต้องรีบแก้มัดออกอย่างเร่งร้อน
“ เร็วสิ..” เสียงหวานพึมพำ ดวงหน้าร้อนผ่าวไปด้วยไอแดดด้านนอก เหนียวตัวไปทั่วจากลมที่พัดคลื่นทะเลเข้าหาฝั่ง
ร่างใหญ่พลิกกายไปอีกด้านก่อนจะนิ่งลงตามเดิม แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ลมหายใจของใครอีกหนึ่งสะดุดลงกะทันหัน นิ้วเรียวใช้เล็บสะกิดปมผ้าแล้วเอาฟันขบเพื่อดึงมันจนหลุดออกจากกัน
เรียวขาขาวรีบวางลงบนพื้นด้านล่าง ปวดสะท้านไปทั้งกายแต่ก็ต้องกัดฟันทน เท้าเปล่าเปลือยที่ย่ำพื้นแข็งเซไปนิดจนทั้งร่างแทบล้มฟาดลงไปแต่ก็ยังดีที่ยึดเอาโต๊ะไม้ตรงหัวเตียงได้ทันการ คว้าเอาเสื้อเชิ้ตตัวยาวของอีกฝ่ายที่ถอดกองมาสวมลวกๆก่อนที่จะแง้มประตูห้องเปิดออก
..ต้องไปจากที่นี่..ไม่ว่าจะไปตายที่ไหนก็ตาม..
..เขาน่าจะชดใช้พอแล้วไม่ใช่เหรอ..
เอริดึงลูกบิดประตูอย่างเบามือ พอมันเปิดออกกว้างได้ สองเท้าก็วิ่งไปด้านนอกอย่างไม่คิดชีวิต
“ อ๊ะ! ” แสงอาทิตย์ตอนเที่ยงวันส่องลงกลางหัวทันทีที่กระชากประตูบ้านเปิดแล้วถลันออกมาด้านนอก รั้งให้ยกมือขึ้นป้องความร้อนแรงที่แผดเผา
สวนกว้างที่มีกุหลาบนานาพันธุ์บานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมฟุ้งกลบไอทะเลเจือจาง รั้วสีขาวทอดเป็นแนวยาวออกไปสู่ชายหาดสีทองเวิ้งว้าง เปลสานไกวน้อยๆตามแรงลมที่พัดเข้าชายฝั่ง เห็นต้นมะพร้าวนับร้อยขึ้นเบียดเสียดลึกเข้าไปในดงป่าด้านหลัง
เรียวเท้านุ่มออกย่ำไปตามทรายละเอียด เปลือกหอยริมฝั่งบาดลงปลายเท้าเพียงน้อยซ้ำยังย้ำด้วยน้ำเกลือแสบเข้ามาในรอยแผลแต่เจ้าตัวก็ยังกัดฟันเดินฝ่าออกไป
มือเล็กพยายามกั้นไอร้อนที่กัดผิวกายใต้ร่มผ้าเนื้อบาง ดวงตาทั้งสองพร่าเลือนจนแทบมองอะไรไม่เห็นกับม่านน้ำใสที่กำลังปกคลุม
..ช่วยที..ช่วยเอริที..พี่จุน..
......
แขนแกร่งป่ายปัดไปข้างตัวด้วยลมด้านนอกพัดโกรกเข้ามาในห้องจนเหน็บหนาว ความเคยชินทำให้เขาเอื้อมมือหมายจะรั้งคนข้างกายเข้ามากอดแต่ก็ต้องพาลชะงักที่ทุกอย่างว่างเปล่า
ชินยะลุกพรวดขึ้นจากที่ หันมองทั่วห้องและพบว่าปลายผ้าที่มัดตัวพี่เอริไว้ถูกแก้ทิ้งและประตูห้องก็เปิดอ้าจนลมพัดแรงเข้ามา
“ บัดซบ! ” เด็กหนุ่มคว้ากางเกงขายาวมาสวม ก้าวลงจากเตียงแล้ววิ่งไปข้างนอกบ้าน เห็นรอยย่ำเพียงไม่กี่รอยเท่านั้น
..ฉลาดนักนะ!..
เขาสบถ มองไปที่พื้นแล้วเห็นว่ารอยเท้าก้าวไปทางซ้ายมือก่อนจะเลือนหายไปริมฝั่งที่มีน้ำซัดเข้ามากลบจนหายไปหมด
“ แต่ก็ไม่เท่าผมหรอกพี่เอริ..” ร่างใหญ่เยาะยิ้ม ก้มลงมองน้ำหนักที่กดลงมาตรงส้นเท้าเล็ก ร่องรอยการย่ำมันสม่ำเสมอเกินไปสำหรับคนที่คิดหนี และน้ำหนักนั่นมันก็เน้นลงมาตรงส้นเท้าเกินพอดี
คนพยศบางคนทำทีเป็นเดินไปทางซ้ายของชายหาดที่ทอดยาวสุดสายตา แต่จริงๆกลับเดินถอยหลังแล้วก้าวลงน้ำทะเล วิ่งไปตามชายฝั่งทางขวา หลอกล่อเขาด้วยอุบายเล็กน้อยแต่ก็คงหลงตามถ้าไม่ทันฉุกคิดถึงความดื้อรั้นของฝ่ายนั้น
..ถ้าตามกลับมาได้..พี่ได้เห็นดีแน่!..
......
เอริหอบหายใจ หันมองด้านหลังแล้วเห็นว่าหนีมาได้ไม่เท่าไหร่ในเมื่อยังเห็นหลังคาบ้านนั้นอยู่ลิบๆ แต่ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการล่อหลอกที่ทำเอาไว้ การวิ่งลงน้ำที่มีแต่ไอร้อนและความแสบผิวรังแต่จะทำให้เรี่ยวแรงหดหาย
แสงแดดร้อนแรงด้านบนส่องกระทบเข้ากับลำเรือขาวสะอาดที่ลอยอยู่บนผิวคลื่น ห่างออกไปหลายเมตรตรงท่าที่ทำด้วยไม้สนต่อลงไปในน้ำ เชือกหนังควั่นล่ามมันไว้กับเสาต้นใหญ่ไม่ให้ถูกคลื่นทะเลซัดไกลออกไป
รอยยิ้มดีใจผุดขึ้นตามลำพัง สองเท้าเร่งรีบจะก้าวเข้าไปหา
......
“ พี่เอริ!! ” เสียงแหบต่ำตะคอกใส่ รั้งเจ้าของใบหน้าสวยให้หันไปมองอย่างตื่นตระหนก
“ ชิน!! ” เอริครางออกมา น้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดหวั่นกับเงาร่างสูงตระหง่านที่เปลี่ยนจากเดินธรรมดาเป็นวิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
เพียงเท่านั้น หัวใจดวงน้อยก็เต้นแรงจนแทบหลุดออกมาด้านนอก ก้าวหนีสุดกำลังเพื่อตรงเข้าหาเรือเทียบท่าลำนั้น สองขาวิ่งตรงลงน้ำก่อนจะโถมกายดำดิ่งลงไปใต้ท้องคลื่นที่สาดซัดเข้ามาอย่างน่ากลัว
“ โธ่เว้ย! ” เด็กหนุ่มคำรามลั่น กระโจนลงน้ำตามแล้วว่ายเข้ามากระชั้นชิด
แขนเรียวป่ายปัดลงไปใต้ฟองพรายขาว ว่ายหนีออกห่างจนเห็นกาบเรือสูงชันอยู่แค่ทางหางตา ตอนนี้เท้านุ่มหยั่งไม่ถึงพื้นตามความลึกที่จอดเรือเอาไว้ คนด้านหลังตามติดเข้ามาทุกทีจนหัวใจกระตุกวาบเมื่อเอื้อมมือเต็มแรงแต่คว้าได้เพียงผนังลื่นของตัวเรือหรู
“ ม..ไม่!..” เอริร้องไห้ เหนี่ยวตัวเชือกที่ห้อยอยู่ท้ายลำลงมา คว้าเข้าเต็มแรงเพื่อรั้งกายขึ้นแต่แรงกระชากจากทางข้างหลังกลับคว้าตัวไว้แล้วจับกดลงสู่ใต้น้ำเย็นเยือก
“ ฮ..แค่ก..” ใบหน้าสวยแดงจัดไปด้วยรสเค็มที่สำลักเข้าไป สองมือตะเกียกตะกายดิ้นรน ถีบเท้าขึ้นสู่พื้นน้ำด้านบนแต่กลับถูกแรงมหาศาลบีบไหล่ไว้ ขยุ้มปอยผมบังคับให้จมลงไปใต้น้ำ
ความทรมานแทบขาดใจตายพุ่งเข้าสู่ความคิด หายใจไม่ได้แม้สักวินาที เล็บคมข่วนแคว่กเข้าที่แผงอกแกร่งจนได้เลือดแต่ฝ่ายนั้นยังคงลงโทษรุนแรง
ดวงตาคมวาววับไปตามความโกรธที่พุ่งพล่าน มือแข็งราวคีมเหล็กจิกเส้นผมนุ่มลื่นเต็มแรงแล้วกระชากให้ใบหน้าหวานแหงนเงยขึ้นมาจากท้องน้ำดำมืด
“ จะลองดีใช่มั้ย! ” ชินยะตวาดก้อง คว้าเอวบางแล้วพาว่ายกลับฝั่งทั้งที่อีกคนดิ้นรนสุดใจ
“ อ..ย่า..อึก..พี่..ขอโทษ..” เอริปล่อยโฮ
มือใหญ่จับผมสีอ่อนลากขึ้นมาตามชายหาด ทึ้งรุนแรงจนฝ่ายนั้นขวัญเสีย เขาลากตัวคนที่พยายามรั้งแขนแกร่งออกห่างแต่ยิ่งต่อต้านแรงกระชากเรือนผมหอมก็ยิ่งแรงตามจนแทบจะตายลงตอนนั้น
“ ถ้าคิดหนี..รับรองว่าได้เห็นดีกัน! ” เขาขู่ ลากแขนเรียวกลับมาที่บ้านหลังใหญ่จนคนมองน้ำตาร่วงกับแรงที่เหวี่ยงลงไปกองอยู่บนชานระเบียงกว้าง
ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงทรุดลงสะอื้น แขนกอดไหล่ตัวเองร้องไห้อย่างคนไร้ที่พึ่งพิง หวาดกลัวจนแทบบ้ากับความคลั่งของคนที่เคยรู้จัก เอ็นดูแล้วยังไว้ใจเทียบเท่าน้องชายคนหนึ่ง
..ตอนนี้เหลือเพียงปิศาจร้ายที่ไม่อาจหยั่งใจถึง..
เสียงลากสายโซ่เส้นยาวเป็นเมตรจากมุมของบ้านดังก้องเข้ามาในหัวของร่างขาวนวล เอริลนลานถอยหนีแต่ถูกคว้าหมับเข้าที่ขาแล้วลากตัวกลับมาอยู่ใต้ร่างหนา มือใหญ่ง้างตัวคล้องเหล็กที่ขึ้นสนิมสำหรับล่ามเรือมาครอบลงบนข้อเท้าเล็ก บิดมันกลับเข้าไปกักตัวของใครอีกคนไว้ในอาณาเขตบ้าน
“ ฮึก..อย่าทำอย่างนี้..ชิน..พี่ขอร้อง..พี่ไม่ใช่นักโทษของนาย..” เอริวอนขอ เอามือรั้งโซ่เส้นใหญ่ออกแต่ไม่มีผล ได้แต่มองคนที่เอาปลายอีกด้านของมันไปล่ามติดกับเสาระเบียง
ชินยะปรายตามองด้วยความเย็นชา ถึงแม้ในใจจะปวดไปด้วยทุกครั้งกับน้ำตาใสสองข้างแก้ม
..อย่าลืมสิ..แกมันก็แค่เด็กคนหนึ่งที่ได้พี่เอริมา..
..คนตรงหน้าพยายามจะหนีจากกันอย่างไม่ต้องคิดซ้ำสองเลยแม้แต่นิด..
“ ใช่สิ..พี่เป็นนักโทษของผม..นักโทษที่ทั้งสวย..ทั้ง..น่าหลง..” เขาสาวเท้าเข้าใกล้ ขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดที่เห็นอีกฝ่ายเบือนหนีไป
อุ้งมือใหญ่ขยุ้มลงบนปอยผมด้านหน้า รั้งให้แหงนมาสบตากัน
“ จ..เจ็บ..ได้โปรด..ชินยะ..”
“ อย่าหลบสายตา! ผมไม่ชอบ!! ” เขาสั่ง ผลักร่างเล็กบางลงไปนอนกองแล้วกระชากเสื้อที่เปียกชุ่มออก เผยเรือนร่างขาวผ่องที่มีรอยจ้ำแดงอยู่ทั่ว
“ และอย่าคิดหนี..เพราะจะทำให้พี่เจ็บตัวซ้ำสอง! ” ฝ่ามือร้อนลูบลงบนผิวกายนุ่มลื่น จิกเล็บลงบนยอดอกสีสดแล้วก้มลงดูดกลืนเข้าอุ้งปาก
ทุกครั้งที่ได้เห็นร่างเปลือยตรงหน้า..เขาไม่สามารถยั้งความต้องการของตัวเองได้แม้แต่นิดเดียว มีแต่จะดิ้นไปตามความน่าหลงใหลของคนสวยที่แสนจะพยศแรง ถูกความดำมืดในหัวร้องสั่งว่ามีแต่จะต้องกลืนกินร่างนี้อย่างที่ไม่ให้ใครคว้ากลับไปครอบครองได้อีก
มือใหญ่ยกต้นขาเรียวขึ้นมาพาดบ่าตอนที่ก้มหน้าลงไปใกล้ส่วนกลางที่ถูกปกปิดด้วยขาคู่นั้น เขารั้งสะโพกบางขึ้นสูงแล้วอ้าปากครอบลงบนส่วนนุ่มนิ่มจนหมด ปลายลิ้นดูดดุนลงบนทางปลายที่มีปฏิกิริยาตอบโต้ในทันทีที่สัมผัส
เอริสะดุ้งสุดตัว น้ำตาไหลพรากไปกับรอยฟันที่ครูดลงมาบนผิว สองขาถูกจับแยกกว้าง ร่างกายหยัดยกขึ้นรับแรงโลมเลีย มือขยุ้มเส้นผมสีดำสนิทที่คลอเคลียอยู่แถวหน้าขา
“ ชิน..ฮ..อาาา..” ปากบางเม้มแน่น ตกใจที่เผลอครางเหมือนผู้หญิงจนต้องปิดปากแน่นด้วยมือข้างหนึ่งแต่ก็ถูกจับดึงออกแล้วแทนที่ด้วยน้ำรักที่ตัวเองปลดปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าหวานแดงก่ำ สำลักจนดวงตาพร่าพราย รสหวานลิ้นอย่างบอกไม่ถูกนั่นยิ่งทำให้คนกระทำได้ใจ ยกฝ่ามือขึ้นไล้เลียต่อหน้าก่อนจะใช้สอดลงไปสู่โพรงอุ่นร้อนด้านหลัง
“ ไม่! เจ็บ..ชิน..เจ็บ..” เรือนกายขาวนวลบิดเร่า เล็บครูดกับพื้นไม้รุนแรงพอๆกับเรียวเท้าที่จิกเกร็งลงบนระเบียงรับลมด้านนอก
ชินยะนิ่วหน้า รู้สึกถึงแรงตอดรัดที่กดลงบนเรียวนิ้วอย่างถี่ยิบ เขาชักมันเข้าออกจนด้านในลื่นขึ้นด้วยของเหลวสีขุ่น ขยับมือปลดกางเกงทิ้งไปกองที่เข่าแล้วยันตัวเข้าหาปากทางที่อ้ารออยู่ต่อหน้า ประคองแกนกายแข็งขืนขึ้นจ่ออยู่ตรงปากทางพร้อมกับค่อยๆดันมันเข้าไปท่ามกลางเสียงกรีดร้องดังคลอสายลมนอกชาน
“ อ..อย่าเกร็ง ” เขาสั่ง หลับตาแน่นด้วยความเสียววูบ กล้ามเนื้อหน้าท้องหดเกร็งด้วยความเสียวซ่าน
เอริร้องครวญครางเมื่อร่างถูกสอดใส่เข้ามา สะโพกหยัดขึ้นรับแรงกระแทกกระทั้นไม่มีปรานีไปตามอารมณ์ด้านมืด จากที่เคยเจ็บเหมือนร่างถูกฉีกเริ่มเปลี่ยนเป็นความสะท้านไหว
“ อือ..ชิน..” เสียงนุ่มร้องเรียกชื่อคนด้านบน ยิ่งไปเร้าไฟความต้องการให้ลุกกระพือ
มือดึงขาเพรียวออกจากบ่าแล้วรวบไปด้านข้าง พลิกตัวขยับถอยให้ร่างนวลเนียนนอนหันไปอีกทางแล้วถึงสอดใส่เข้าไปจนลึกสุดอีกหน มองคนที่เผยอปากครวญครางแล้วร้อนวาบ ต้องกดจูบหนักหน่วง สอดลิ้นลงไปกระตุ้นให้แลกรสหวานฉ่ำกันอย่างสมใจ
“ ผมอยู่ในตัวพี่..เห็นมั้ย ” เขากระซิบ ซอยสะโพกรัวเร็วจนเกิดเสียงน่าอายของผิวที่กระทบกระแทกกันดังก้อง
“ อ..อา..อาา ”
“ ร้องดังๆ..เพราะพี่จะต้องจำตลอดเวลาว่าผมเป็นคนได้พี่มาก่อนใคร..” ย้ำลงหนักหน่วง มือลูบปอยผมไปด้านข้างเพื่อจะได้มองแก้มใสเป็นสีเลือดฝาดอย่างสมใจ
“ ชิน!..อึก..อื้อ..ไม่..ไม่ไหว..อ..มัน..ลึก..อ๊าา..” เสียงครางสุดขั้วหัวใจดังระงม หวีดหวานไปตามความเร็วที่กระชั้นเข้าหา
“ ชินยะ..ท่องเอาไว้..ชินยะคนนี้เป็นเจ้าของตัวพี่..” เขาพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับโปรยมนต์ให้อีกคนหลงใหล
“ อือ..ชิน..ชินยะ..” เอริส่ายหน้าไปมา เลียริมฝีปากด้วยความกระหายจนคนมองต้องเอาลิ้นลงไปแทรกให้มันชุ่มฉ่ำ
ใบหน้าคมยกยิ้มอย่างพอใจ
..ใช่..ชินยะ..จำเอาไว้ให้ดี..พี่จะได้ลืมไม่ลง..
......
ผืนผ้าเย็นถูกจุ่มลงในน้ำแล้ววางประคบลงบนหน้าผากเนียนที่สุมไปด้วยพิษไข้ เรียวปากแห้งผากจนแตกซิบรั้งให้อีกฝ่ายก้มลงจูบบางเบาให้รอยหายไป
เด็กหนุ่มโอบอุ้มร่างเพรียวบางที่หมดสติไปตั้งแต่ตอนเที่ยงมาไว้บนเตียงหลังเดิม เฝ้าให้ฟื้นจากไข้หวัดที่รุมเร้าเข้ามาจนตัวร้อนจัดแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นจนจะเที่ยงคืนแล้ว
ดวงตาคมกริบมองโซ่ที่ล่ามปลายเท้าพี่เอริเอาไว้ แรงอันน้อยนิดไม่สามารถดึงมันออกได้แต่เขาก็แน่ใจว่าแม้จะมีพันธนาการกั้น คนตัวเล็กนี่ก็ยังเดินไปมาอิสระในบ้านที่พร้อมเพรียงทุกอย่าง
..แค่อย่าคิดหนี..เพราะเขาไม่ยอมให้คิดทรยศ..
ชินยะใส่เสื้อผ้าชุดใหม่หลังเช็ดตัวให้เรียบร้อย เขาดึงผ้าห่มมาปิดเหนืออกที่สะท้อนแรงหายใจเชื่องช้าก่อนจะมานั่งที่คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ดึงภาพจากกล้องวีดีโอลงแผ่นซีดี ตัดตอนภาพที่มีเสียงเรียกชื่อเขาออกไป แน่นอนว่ามันเห็นแค่แผ่นหลังของเขา รวมทั้งเห็นแค่ร่างกายของพี่เอริที่กำลังถูกร่วมรักด้วย
ไฟล์ภาพโหลดลงไปในแผ่นทีละน้อย เขานั่งรออย่างใจเย็นกับเหล้าที่เจ้าของบ้านสะสมเอาไว้มากมายตรงเคาน์เตอร์ไม้ ภาพถ่ายโพลารอยด์นับสิบถูกวางลงบนโต๊ะแล้วเลือกดูด้วยความพึงใจ
พรุ่งนี้เขาต้องกลับเข้าโตเกียวแต่เช้าตรู่เพื่อไปปั้นหน้าถ่ายแบบกับผู้หญิงคนอื่น จัดการส่งภาพพวกนี้ให้คนรักของพี่เอริแล้วก็กลับมาหาเมียของเขา คงพอมีเวลาสนุกด้วยกันอีกหลายครั้งก่อนที่ไอ้สารเลวนั่นจะรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน
..พอมันมารับคนของมัน..เขาก็แค่ย้อนเข้าเมืองอีกที..
..คนของเขาเตรียมบ้านที่ฮอกไกโดไว้ให้แล้ว..พวกนั้นจะรับพ่อล่วงหน้าไปก่อน..
..เขาจะเข้าไปพาพี่ซายุออกมา..ออกมาให้พ้นไอ้ชาติชั่วในชีวิตของพี่..
.........................................................................................
มือที่กดหมายเลขโทรศัพท์หลายต่อหลายครั้งหยุดลงพร้อมกับถอนใจหนัก สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างบานกว้างเห็นแดดรำไรลอดผ่านมู่ลี่เข้ามา
“ ทำอะไรอยู่นะเอริ..เหลวไหลที่สุดเลยเจ้านี่ ” จุนพึมพำ
เมื่อเช้ามืดเขาแวะเข้าไปที่ห้องของน้อง แต่เห็นว่ามันล็อคอย่างดีราวกับว่าเจ้าของตื่นไปทำงานตั้งแต่อาทิตย์ยังไม่ขึ้นเขาก็เลยกลับมารอที่บริษัทเพราะติดต่อไม่ได้
โทรหลายครั้งเข้าก็มีแต่เสียงฝากข้อความ จนต้องพึ่งเพื่อนสนิทที่เป็นเจ้านายของเอริ
“ เรียว..แกเห็นน้องฉันบ้างมั้ย มันไม่ยอมรับสายฉันเลย ” เขาพูดไปด้วยน้ำเสียงเจือแววกังวล หัวใจสั่นสะท้านอย่างน่าประหลาด
..เมื่อคืนฝันว่าน้องร้องไห้..
..ร้องหาแต่เขา..ไขว่คว้ามือมาทางเขา..
..ยอมรับว่าคิดมากจนต้องพยายามติดต่อหากันแต่ก็ไม่เป็นผล..
‘ ไม่นี่..ฉันยุ่งแต่งานข้างบน..’ ปลายสายตอบกลับ เสียงกังวลไม่แพ้กัน
“ ฉันห่วงมัน..” เขาถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้
‘ แกใจร้อนเกินไป..อย่าเพิ่งทำเสียงอย่างนั้นสิวะ น้องทั้งคน เอริแสบจะตาย..ไม่มีใครทำอะไรได้หรอก..’ ทางนั้นพูดติดตลกแต่ก็ต้องเงียบเมื่อใจคิดถึงเรื่องที่ว่าจะมีใครมาทำอะไรเอริ
“ อือ..ฝากด้วยนะเว้ย..ฉันจะลองติดต่ออีกที ” เขาวางสาย หลับตาลงอย่างกังวล
..น้องเป็นหัวใจของเขา..เป็นคนที่ทำให้เขายิ้มได้ในช่วงที่เศร้าสุดใจ..
..ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น..ถ้ามีใครมาทำอะไร..
..สาบาน..
..ว่ามันจะต้องเสียใจไปจนวันตาย!..
......
แสงแฟลชวูบวาบในสตูดิโอติดต่อกันไม่หยุด วันนี้ฝ่ายฉากอลหม่านกันเล็กน้อยเพราะไม่มีคนคอยช่วยคิดรูปแบบแล้วบอกให้ทำอย่างที่ผ่านมา
มาโดกะกอดอก คิดหนักถึงคนที่ไม่น่าจะทำตัวเหลวไหลไปได้ ในขณะที่พ่อนายแบบเบอร์หนึ่งกลับขะมักเขม้นกับการถ่ายโฆษณาจนน่าสงสัย
“ เยี่ยมครับ..นางแบบพิงเสา..เอามือวางบนอกชินยะ..” ช่างกล้องร้องสั่ง บอกให้เด็กหนุ่มนอนหนุนตักอวบอิ่มของสาวน้อยในชุดทูพีซแล้วปรายตามองกล้องให้ร้อนแรงที่สุด
“ สวยมาก..อีกท่านะ..ชินยะยืนขึ้น..ยกขาน้องแนบเอวครับ..”
ร่างสูงใหญ่ที่เปลือยท่อนบน ใส่แต่กางเกงชาวเลที่ยาวกรอมพื้นยืนขึ้นตามคำบอก แผงอกกำยำสะท้อนแสงไฟสลัวจนน่าลูบไล้ เขายิ้มให้เด็กสาวแล้วจับเรียวขาขาวแนบลงมาข้างกาย มือข้างหนึ่งคล้องเอวบางแล้วมองกล้อง ให้สาวน้อยโอบรอบบ่าไว้ ปรายตาเชิญชวน
..วูบหนึ่งที่คิดถึงขานวลเนียนที่ยกขึ้นพาดบ่า..
..โอบตอบ..รัดรึง..ขยับมาแนบกัน..
แสงแฟลชวูบเข้าอีกหนดึงสติที่หลุดลอยไปไกลของใครบางคน เขายังคงทำหน้าที่ได้เยี่ยมอย่างไม่มีที่ติแม้ใจจะกำลังห่วงหาถึงคนที่ไม่ค่อยสบาย
“ คอสตูมปลดบาร์ ” คนถ่ายตะโกนบอกพวกฝ่ายเสื้อผ้าที่วิ่งเข้ามาเซ็ตผมฟูฟ่องของสาวสวยใหม่แล้วปลดตะขอเสื้อในสีแดงสดของเธอลง ให้สาวเจ้าหันหลังแล้วเอามือตระกองทรวงอกอวบเอาไว้ หันหน้ายั่วเย้ากลับมาในขณะที่ชินยะยืนนิ่ง เอามือโอบรอบเอว โน้มใบหน้าซุกไซ้ที่ซอกคอ
“ เยี่ยม..มองตรงนะครับ..หนึ่ง..สอง..”
ประกายไฟแวบเข้าดวงตาสีเข้ม เขารับรู้ถึงสัมผัสของหน้าอกนุ่มหยุ่นที่คุณเธอจงใจเอามาเบียด มือนุ่มไล้ลงมาบนแผงอกแล้วเกาะเกี่ยวที่ขอบกางเกงของเขาไว้เป็นกิริยาเชิญเข้าร่วมเตียงในคืนนี้
“ ว่างมั้ยคะ ” เธอกระซิบด้วยเรียวปากแดงสด หันหน้ากลับมาเผชิญกล้องด้วยท่าทางที่ถูกจัดใหม่
คราวนี้เป็นฝ่ายผู้ชายที่จะต้องเอามือมาโอบรอบเนินอกโต บดบังปลายยอดที่ดุนดันผ่านแขนแกร่ง แขนอีกข้างสอดเข้าที่สะโพกอวบ จับเอาไว้เหมือนแสดงความเป็นเจ้าของ
เขาอยากตอบว่าไม่ว่าง..แต่ให้บังเอิญที่ประธานบริษัทอย่างฮิราสึกะ เรียวเฮกลับมายืนดูการถ่ายทำชุดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ได้ ที่สำคัญ..ดวงตาสีเข้มคู่นั้นช่างไม่แตกต่างไปจากแฟนของพี่เอาเสียเลย
..น่าแปลก..ที่มองเขาเหมือนจะจับผิด..
ชินยะตอบรับคำขอนั้น เป็นที่คาดกันดีของพนักงานทุกคนว่าวันนี้เข้าต้องถูกเชิญไปบ้านสาวน้อยคนสวย และถ้าปฏิเสธก็น่าจะหมายถึงความน่าสงสัยที่เขาปล่อยชิ้นปลามันหลุดมือไป
......
“ บ่ายสามนะ..มีนัดต่อ ” เขากระซิบตอบ มือบีบเนินเนื้อหน้าอกเธอเล่นตามประสาทั้งที่ใจไม่ต้องการ
..พาลคิดถึงแต่ใบหน้าหวานจัดนั่น..
..อยากกลับไปกอด..ไปจูบ..สอดแทรกร่างเข้าไปเป็นหนึ่ง..
“ สุดยอดครับ..วันนี้พอแค่นี้ ” ช่างกล้องยกนิ้วให้อย่างชื่นชม บอกคอสตูมเอาเสื้อคลุมส่งให้นางแบบกันร่างเปลือยท่อนบนจากสายตาคนอื่น
ชินยะเปลี่ยนกางเกงเป็นยีนส์ราคาแพงอย่างเดิม เขาดึงเสื้อจากราวมาสวมแล้วเดินมาคล้องเอวสาวน้อยที่ยิ้มหวานมา ก่อนจะเดินผ่านประธานบริษัทไป
เรียวเฮปรายตามอง รั้งเด็กปั้นของมาโดกะเอาไว้ด้วยสายตาติดจะไม่พอใจที่พวกนั้นทำตัวได้เละเทะสมคำลือ
“ อย่าให้มันโจ่งแจ้งนัก..ไม่งั้นคงถูกพักงาน ” เขาบอก หันไปคุยกับพนักงานคนสนิทต่อโดยที่คนเดินผ่านยังได้ยินชัดเต็มสองหูที่ว่าพ่อเจ้าของโมเดลลิ่งนี่กำลังถามหาผู้จัดการส่วนตัวของเขา
..ถึงจะรู้ว่าพี่เอริทำงานกับเขาก็ไม่ได้ช่วยอะไร..
..ในเมื่อเขายืนยันว่าไม่รู้สักอย่าง..
ชินยะยกยิ้ม มือจับซองสีน้ำตาลในกระเป๋าสะพายข้างดูว่ามันยังคงอยู่ เพราะเย็นนี้จะต้องส่งไปถึงใครบางคนที่คงจะรอคอยพี่เอริด้วยความร้อนรน
......
เสียงหัวเราะคิกคักดังอยู่ในห้องกว้างของโรงแรมชื่อดัง แม่สาวคนสวยที่มีชื่อจากการถ่ายแบบแล้วไปเอาดีทางงานละครเปลื้องผ้าที่ใส่มาทีละน้อย ยิ้มหยาดเยิ้มให้ผู้ชายตรงหน้าที่อายุมากกว่าไม่กี่ปี
มือบางผลักอกแข็งแรงลงกับเตียง ทึ้งเสื้อของฝ่ายนั้นไปกองบนพื้นแล้วก้าวขึ้นคร่อมร่างกำยำไว้ ถลกกระโปรงสั้นขึ้นมาเหนือเอว จับมือใหญ่ให้ล้วงลงไปก่อนจะรูดเอาชั้นในลงมาที่ข้อพับ นิ้วเรียวเร่งเร้าปลดเข็มขัดกางเกงอย่างร้อนรนเพราะดูเหมือนว่าคนด้านล่างไม่ยอมทำอะไรเลย
“ พี่ชินยะ..เหม่ออะไรรึเปล่าคะเนี่ย ” เธอยิ้มยั่ว กระชากขากางเกงออกจากร่างใหญ่ ล้วงลงไปใต้บ็อกเซอร์เพื่อกอบกุมความแข็งขืนที่ใหญ่โตจนน่าใจหาย
ริมฝีปากบางครอบลงบนความยาว ปลายลิ้นโลมเลียทีละน้อยแต่คนด้านล่างก็ยังนอนนิ่ง มีบ้างที่หลุดเสียงครางออกมาด้วยทนไม่ไหว ดวงตาสีเข้มมองแต่เพดานขาวนวลแล้วใจกระหวัดไปถึงไฟรักที่คุโชนที่บ้านหลังนั้น
“ พอแล้ว..” เด็กหนุ่มร้องบอก กระชากแขนเรียวเข้าหา บดเบียดปากลงไปจนรอยลิปสติกเปรอะเปื้อนขึ้นมา มือประคองทรวงอกเปลือยแล้วก้มลงดูดดุนความนุ่มหยุ่นอย่างรุนแรง
..เขาอยากในตัวของพี่เอริจนจะโงหัวไม่ขึ้น..
..มองอะไรก็เป็นแต่ใบหน้านั้นตลอด..ทั้งที่คิดว่ามีอะไรกันแล้วคงจะเบื่อไปเองได้..
..ตรงกันข้าม..กลับยิ่งต้องการ..และต้องการทบเท่า..ทวีคูณ..
เขาเหวี่ยงร่างเพรียวลงไปกับฟูกเตียง เสียงหัวเราะชอบใจอย่างมีจริตดังแว่วเข้ามาในหู แต่ก่อนเขาชอบนักชอบหนา คิดว่ามีรสชาติ แต่เดี๋ยวนี้กลับฟังแล้วไร้อารมณ์ พาลคิดถึงแต่เสียงครางและรอยน้ำตาของใครอีกหนึ่ง
ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดความคิดทิ้งไป มือล้วงเอาถุงยางมาฉีก ส่งให้สาวเจ้าจัดการใส่ให้โดยที่มีเขามองดูอย่างเฉยเมย
“ ฉันกินยาคุม..ไม่ท้องหรอก ” เธอกระซิบ ไม่อยากจะใส่เพราะอยากสัมผัสแบบแนบเนื้อแต่ฝ่ายชายกลับไม่ยอมเสียเอง
..ทำไมนะ..หัวใจผมถึงอยากแตะต้องแต่รสรักของพี่..
..อยากให้มีเราสองคนเท่านั้น..ที่ได้กันและกันอย่างแนบแน่น..ตราตรึง..
“ อย่าพูดมาก..ฉันอยากแล้ว ” เขาบีบไหล่เล็ก สองแขนคร่อมลงกับกายนวลเนียนแล้วกดสะโพกลง สอดแทรกตัวเองเข้าสู่ความลึกล้ำด้านใน
เด็กสาวร้องคราง ใบหน้านิ่วลงด้วยความเจ็บตอนที่ถูกกระแทกกายเข้าหาหนักหน่วง ดวงตาของเธอมองตรงเข้าไปยังคนด้านบนแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า
“ พ..พี่ชิน..เจ็บ..” สองมือผลักอกแกร่ง แต่ก็ยังถูกดึงดันทำตามความต้องการ
ไม่นานนักจากที่เจ็บร้าวก็หายเป็นความเสียวซ่านสุดใจ เสียงครางกระเส่าดังก้องห้องใหญ่ เรียวขาขาวโอบเข้ามารอบเอวหนา กระดกสะโพกรับความใหญ่โตที่กระแทกกระทั้นไม่หยุด
..ชิน..ชินยะ..
..อย่า..ชิน..พี่ขอโทษ..
......
เขาสบถกร้าว หลับตาแน่นเมื่อความกดดันสุมไปที่ทางปลาย เขาปลดปล่อยมันออกมาแต่ก็ไม่มีอะไรพุ่งเข้ากระทบด้านในของสาวคู่ขาในเมื่อมีแผ่นบางๆขวางกั้น
..พระเจ้า..เขามองเห็นแต่หน้าของพี่เอริ..
ชินยะถอนตัวออกรวดเร็ว เอามือกำทิชชู่เอาไว้แล้วรูดถุงยางทิ้งในถังขยะ ลุกขึ้นกลับไปแต่งตัวท่ามกลางความงงงันของคนที่นอนตัวอ่อนระทวยอยู่บนเตียง
“ จะไปแล้วเหรอคะ..ยังไม่เย็นเท่าไหร่เลย เราน่าจะอยู่ต่อ..ฉันอยากไปช็อปปิ้ง ” เธอร้อง ลุกขึ้นยืน เปิดหน้าต่างออกพลางจุดบุหรี่สูบ
มือใหญ่กลัดกระดุมเสื้อ คว้ากระเป๋ามาสะพายไว้แล้วทิ้งค่าโรงแรมพร้อมกับสาวเท้าออกไปนอกห้อง
“ ครั้งเดียว..ไม่มีต่อ ” เขาย้ำ บอกลาเธอแล้วผละมา ใจวกกลับไปรอที่บ้านหลังนั้นนานแล้ว
..อย่าหลงไปมากกว่านี้เลย ชินยะ..
..แกแค่ต้องทำให้พี่เอริหลง..ไม่ใช่มาหลงคนๆนั้นเสียเอง..
......
เสียงสะอื้นดังอยู่ในความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์อยู่เป็นเพื่อน ดวงดาวนับร้อยทอสุกสกาวผ่านบานหน้าต่างที่เปิดกว้าง
“ พี่จุน..พี่จุนช่วยด้วย ” เอริร้องไห้ กอดเข่าตัวเองกับกลิ่นลมทะเลที่สาดซัดเข้าฝั่ง โซ่เส้นยาวรั้งตัวไว้แม้จะเดินได้ทั่วบ้านแต่ก็ไม่อาจออกไปไกลกว่าระเบียงหน้า
“ เอริคิดถึงพี่..” ดวงตาหม่นแสงมีแต่หยดน้ำไหลริน หวาดผวาไปกับเสียงของท้องฟ้าที่ลั่นครืนอยู่ตามแนวชายฝั่ง แสงแลบแปลบปลาบผ่านมาก่อนจะตามด้วยเสียงคำรามของผืนทะมึนด้านบน
ตอนเช้าชินยะออกไปด้านนอก ได้ยินเสียงของมอเตอร์เรือปั่นกับผิวน้ำดังก้องก่อนที่เขาจะต้องอยู่ตามลำพัง บ้านหลังกว้างช่างเงียบสงัดและน่ากลัวยามไร้คนเคียงกาย
..แผลบอบช้ำยังไม่จางหาย..และแผลใจคงเท่ากัน..
มือบางป่ายไปตรงหัวเตียง ต้องเข้ากับลิ้นชักโต๊ะแล้วดึงมันขึ้นเพื่อพยุงร่างแต่กลับไปวัดมันหล่นโครมลงบนพื้น กวาดทุกสิ่งในนั้นหล่นลงมากอง
ดวงตาสีอ่อนสบเข้ากับตะไบเหล็กที่อยู่ในซองหนัง มือรีบคว้ามันมาถือแล้วลองเถือลงกับเนื้อเหล็กขึ้นสนิม เกิดผงละเอียดหลุดออกมาจากการเสียดสีและเนื้อโซ่ที่คล้องอยู่สึกลงไปบ้าง
เอริยิ้มอย่างดีใจ ลงมือเลื่อยเหล็กที่เรียวขาออกก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้นและชินยะจะกลับมาทัน
..แค่ตอนนี้เท่านั้น..ยังมีโอกาสหนีอีกหน..
......................................................................................
ริมฝีปากร้อนระอุบดเบียดลงมาบนเรียวปากนุ่ม ขบลงผะแผ่วแล้วจูบเน้นหนัก จงใจบดขยี้ลงให้สมกับวันที่รอคอย แขนแกร่งสอดเข้าใต้เอวบางแล้วยกตัวเบาหวิวขึ้นมานั่งคร่อมบนตัก มือใหญ่กดแผ่นหลังเล็กให้เจ้าตัวก้มลงจนติด ปากสีชมพูสดแย้มรับความพิศวาสที่สุมทุมในจิตใจ
จุนผละออกเชื่องช้าเมื่ออีกคนทำท่าหายใจไม่ทัน ดวงตาทั้งสองสบกันนิ่ง เนิ่นนานเหมือนถูกสะกด เสียงหัวใจที่เต้นเร่าบ่งบอกว่าเขาหลงรักในดวงตาคู่หวาน จดจำและโหยหาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้มองเจ้าของร่างกายนี้จากรูปภาพ
..ดวงตาที่ร่ายมนต์ให้หลงใหล..
..ทั้งงดงาม..อ่อนหวาน..แม้หากตัดพ้อก็แสนจะทิ่มแทง..
..เสียดไปทั้งร่างราวกับเจอเข็มแหลมนับพัน..
“ ฉันยังมีอีกตั้งหลายเรื่องอยากถาม ” เขาพร่ำเสียงพร่าต่ำ ความกดดันพวยพุ่งจนล้นปรี่
ปลายนิ้วเล็กแตะลงบนใบหน้าหล่อเหลา จับจ้องแต่ที่ปากร้อนผ่าวด้วยแก้มที่เป็นสีแดงเข้ม อกบางสะท้านไหวยามที่คิดได้ว่าฝันถึงแต่คนตรงหน้านี้ไม่ต่างกัน
จมูกโด่งซุกไซ้ลงกับซอกคอหอม สอดมือเข้าใต้เสื้อสีคราม ไล้ลงแผ่นหลังนวลเนียน สูดกลิ่นกายเย็นชื่นในขณะที่ปากยังระดมจูบไม่ว่างเว้น หากจะบอกว่าคิดถึงจนใจแทบขาดก็คงไม่มากเกิน
“ ซายุมองเห็นตั้งแต่เมื่อไหร่ ” เขาพึมพำ มือข้างหนึ่งเลิกปลายเสื้อเนื้อบางขึ้นไปเหนืออกขาว
ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก กัดริมฝีปากแน่นกับฟันคมที่ขบลงมาบนยอดอกสีสด นิ้วเรียวขยุ้มเส้นผมสีเข้มของอีกฝ่ายหนักหน่วง เรือนกายบิดเร่าไปตามลิ้นอุ่นที่ดูดเน้น สัมผัสเปียกชื้นไล้วนไม่ยอมห่าง..อ่อนโยนในคราวเดียว
“ หลัง..ผ่าตัด ” เสียงหวานครางแผ่ว คิ้วเรียวขมวดมุ่นกับแรงสะท้อนจากอาการเอาแต่ใจของผู้ชายเบื้องหน้า
มือนุ่มพยายามหยุดคนที่ปลดซิปกางเกงขาสั้นสีเนื้อออก การป้องปัดที่ต่อต้านด้วยความเขินอายถูกหยุดลงด้วยรสจูบร้อนเร่า นัยน์ตาพร่ามัว รอบด้านเหมือนวูบไหว สุดท้ายก็ได้แต่โอนอ่อนแล้วปล่อยกายซบบนบ่าแกร่ง ยินยอมแม้กระทั่งแรงที่รูดชั้นในตัวเล็กลงไปกองที่ข้อเท้า
“ ใครคิดวิธีทรมานฉันกันนะ ” จุนกระเซ้า จับมืออีกคนให้แตะลงบนหัวเข็มขัดกางเกงของเขา โลมไล้ด้วยเพทุบายจนคนไม่กล้าเผลอดึงมันออกด้วยตัวเอง
“ ฉัน..กับหมอคาซึมะ ” สารภาพไปหมดเปลือก
“ ว่าแล้ว..” จุนแอบเขม่นชื่อหลัง
“ ไอ้หมอนั่นปล่อยมันไป..แต่กับซายุ ” เขาปลดกระดุมสองสามเม็ดบนเสื้อตัวบางของคนรัก ทึ้งมันลงไปกองที่หัวไหล่มน
ชายผ้าฝ้ายคลุมสะโพกอิ่มอยู่ไหวๆ ผิวกายเนียนละเอียดถูกอาบไปด้วยแสงแดดตอนบ่ายคล้อยที่โลมไล้ลงมา
“ ฉันจะทำโทษ..”
“ อือ..จุน ” ซายูริคราง เอียงรับรอยจูบที่เน้นลงตรงซอกคอ
“..อย่า..จุน ” เสียงใสออดอ้อน หอบหายใจเหมือนคนกระหายอยาก
“ ไม่คิดถึงกันเหรอ..ห้ามฉันทำไม ” จุนพูดเสียงครึมคราง เคล้าเคลียอยู่กับเรือนร่างหอมหวานที่อาศัยแต่ความฝันคอยแตะต้อง
“ คิดถึง..” ร่างเล็กเค้นคำพูดแต่ดังได้แค่เสียงกระซิบ รั้งมือใหญ่ให้วางทาบลงบนอก ปลายนิ้วสัมผัสถึงเสียงเต้นของหัวใจที่มันร้องเร่าแรงขึ้นเรื่อย
“ ฟังสิ..จุน..จะขาดใจแล้ว ” ประโยคที่บอกจากใจแต่กลับกลายเป็นคำเย้ายวน
จุนยิ้ม โอบอุ้มร่างเบาเหมือนนุ่นตรงไปยังห้องนอนใหญ่ บรรจงวางคนรักลงด้วยความทะนุถนอม กดจูบปลอบประโลมลงทุกพื้นที่ที่เคยบีบเค้น ลบเลือนรอยช้ำแม้มันจะจางหายมากว่าสี่ปี
“ ฉันมันโง่..ไม่เคยรักษาเพชรน้ำงามในมือ ” เขาสารภาพ เอาแขนรองแทนหมอนให้นอนหนุน
“ มัวแต่หาเศษแก้วมาประดับศักดิ์ศรีจอมปลอม ” ดวงตาสีนิลหลับลงอย่างเจ็บปวด หากเพียงแค่นิ้วนุ่มที่ไล้ลงประโลมใจก็ทำให้ทุกอย่างคลายลง
มือกร้านจับแขนเรียวขึ้นโอบรอบบ่า จูบลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของคนเบื้องล่างเสมือนคำบอกใบ้เรื่องราวในวันรุ่งขึ้น
..จะกล่าวคำสาบานอีกหน..จะเป็นพิธีที่ไม่มีใครมาขวางกั้น..
..จะยืนเคียงข้าง..ด้วยหัวใจ..ไม่ใช่หน้าที่..
“ ฉันรักซายุ..รัก..อย่างที่หลอกตัวเองไม่ได้อีกแล้ว ” คำหวานป้อนให้รับฟัง ปรนเปรอด้วยคำรักไม่รู้หน่าย ไม่ต้องค้นหาคำตอบอะไรทั้งสิ้น..แค่เปิดใจรับฟัง และสร้างเป็นถ้อยคำออกมาจากเบื้องลึกเป็นพอ
“ แต่งงานกับฉันนะ..ที่รัก ” เขากระซิบ เงยมองใบหน้าสวยที่แดงเรื่อ
ซายูริร้องไห้อีกครั้ง ยกมือขึ้นปิดดวงตาที่เอาแต่กลั่นหยดน้ำไม่หยุดหย่อนจนใครอีกคนต้องรั้งมันออกแผ่วเบาแล้วจูบซับให้แทน
“ คุณตุ๊กตากระเบื้องอย่าร้องไห้ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้..จะไม่ทำให้เสียใจอีกเลย ”
ร่างเล็กบางสะอื้น มองอีกฝ่ายด้วยน้ำตา ไร้คำตอบรับอื่นใดนอกจากรอยยิ้ม
“ กอดฉัน..จุน..รักฉันที ” เสียงสั่นเครือร้องอ้อน แขนเรียวโอบรอบไหล่กว้างไว้แน่น
“ นั่นเป็นคำขอร้องใช่มั้ย ” จุนยิ้ม หยัดกายขึ้นด้านบน ปลายนิ้วค่อยดึงเสื้อตัวใหญ่ออกห่าง จัดการสิ่งเกะกะทั้งหมดแล้วทิ้งลงตรงปลายเตียง รอคอยคำตอบรับอีกหน
เจ้าของร่างขาวนวลกัดริมฝีปากจนซีดเซียว นิ้วยาวสอดไล้ให้คลายลงก่อนจะแทนที่ด้วยรสจูบหวานฉ่ำ
“ ได้โปรด..”
สิ้นคำขอ ริมฝีปากร้อนรนก็กลับจูบซ้ำอีกครั้ง เรียวลิ้นอุ่นสอดไล้เข้าในโพรงปากหวาน ดูดเน้น เกี่ยวกระหวัด หยอกล้อกับลิ้นนุ่มด้วยความหลงใหล ฝ่ามือประคองเสี้ยวหน้าสวยให้เงยรับความรักทั้งหมด จูบเร่าร้อนเร่งเร้าเหมือนไฟ แต่อ่อนโยน ทะนุถนอมเหมือนสายน้ำเย็น
จุนพลิกตัวบอบบางให้นอนคว่ำ ไล่จูบแผ่วเบาบนแผ่นหลังนวล ไอร้อนผ่าวจากแผงอกกว้างแนบลงกับผิวกายเนียนละเอียด ฝ่ามืออุ่นคลึงเคล้าหน้าท้องแบนราบแล้วสอดลึกลงไปใต้เรียวขาขาว
“ อือ..” ครางเครือเหมือนจะขาดใจ พยายามห้ามปลายนิ้วที่สัมผัสลงกับส่วนล่างแต่ไม่เป็นผล แรงขยับเชื่องช้าเหมือนจะทรมานแต่ก็เปรอปรนอยู่ในที
“ ฉันอยากได้ยินเสียง ” เขากระซิบ จูบข้างแก้ม เรื่อยมาถึงปลายติ่งหูขาว จุมพิตแผ่วกับรอยบาดลึกที่เคยทำร้ายเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน
“ อ..อาา..” เรียวปากอิ่มขบเข้าหากัน ใบหน้าสวยแดงเข้มไปตามจังหวะชักนำของคนเบื้องหลัง
ร้อนผ่าวไปทั่วทั้งตัวยามที่แผ่นอกร้อนระอุเสียดสีลงกับเนื้อกาย นิ้วใหญ่ขยับอยู่รอบส่วนอ่อนไหว รูดลงแล้วเค้นคลึง จากช้าเปลี่ยนเป็นเร็ว
จุนช้อนร่างอีกคนให้เงยหน้าขึ้นรับจูบอ่อนโยน ยังคงเร่งเร้าขยับมือไม่หยุด รู้สึกถึงเนื้อตัวที่สั่นสะท้าน เสียงรสสัมผัสดังคลอไปกับเสียงสายลมที่พัดผ่าน เสียงครวญครางบอกความพอใจผสานอุ่นไอรักในอ้อมกอด
“ ไม่..จุน ” ซายูริน้ำตาคลอ แก้มขึ้นสีจัดเหมือนมะเขือเทศสุก หยัดกายถอยห่างเมื่ออารมณ์ในร่างคล้ายจะพรั่งพรู ความกดดันพุ่งเข้าในอกจนทั้งตัวชาวาบ เสียงหัวใจเต้นรุนแรงจนคิดว่าคนรักคงได้ยิน
“ อ..ย่า..อึก..ไม่ไหว..” ใบหน้าสวยซบลงกับหมอนนุ่ม เรียวเล็บจิกลงกับผ้าปูที่นอนแล้วดึงทึ้งแทบขาด อุ้งมือร้อนผ่าวเร่งขยับมากขึ้น
“ ไม่ไหวก็ช่างมันสิ ซายุ..ทนทำไม ” เขาหยอก ยิ่งเห็นน้ำตาแล้วก็ยิ่งนึกพอใจ บีบบนส่วนปลายนุ่มนิ่มแล้วรูดขึ้นถึงทางต้น คลึงลงอีกครั้งก่อนที่ทั้งร่างอีกคนจะสั่นริก
เสียงครางหวานดังขึ้นชั่วนาทีที่รอบกายพร่าพราย ดวงตากลมโตหรี่ปรือกับแรงที่เค้นลง หยาดน้ำชุ่มรสรินอาบตามปลายนิ้วใหญ่ ทั้งร่างอ่อนระทวยจนแทบทิ้งตัวลงนอนราบกับพื้นเตียงถ้าไม่มีอีกคนคอยพยุงเอาไว้
ซายูริหอบหายใจ ปากแดงเรื่อสั่นริก หมดเรี่ยวแรงจะต่อต้านกับภาพที่อีกฝ่ายกระหวัดตัวนุ่มนิ่มลงนอนหงาย สอดแขนเข้าใต้ราวเอวคอดแล้วจูบฝากรอย ต่ำลงเชื่องช้า เน้นไล่ไปทั่วไม่มีเว้น
“ จุน..ทำอะไร ” ร้องถาม นัยน์ตาปรือปรอยทันเห็นฝ่ามือใหญ่จับปลายเท้าขาวขึ้นจุมพิต โลมไล้นุ่มนวลจนถึงหน้าท้องเนียน
“..ไม่เอา..อย่านะ จุน ” ประท้วงเสียงเครือ ดวงใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาข้างนอก สัมผัสจากปลายเส้นผมสีดำสนิทคลอเคลียอยู่แถวต้นขา
ก่อนที่จะทันร้องห้าม ทั้งเนื้อทั้งตัวก็ต้องไหวสั่น ผวาเฮือกกับปลายลิ้นอุ่นที่เข้าครอบครองบางส่วนที่เพิ่งจะปลดปล่อย นิ้วเรียวขยุ้มเรือนผมสีเข้ม พยายามดึงดันให้ละออกแต่ก็ยิ่งเหมือนกระตุ้นเร้า
นัยน์ตาสีเทาสวยสั่นริก ผิวสีขาวแดงเข้ม ร้อนรุ่มไปทั้งตัวเหมือนจะตายลงให้ได้เพราะความอาย ทั้งร่างบิดเร่าอยู่ใต้น้ำหนักที่กดทับ อุ้งปากร้อนดูดดุนลงมาแล้วกระหวัดลิ้นเข้าหยอก คลึงเน้นไปตามความอ่อนไหวที่ขึ้นสีชมพูระเรื่อ
ฟันคมขบลงบนปลายนิ้ว ไม่กล้าส่งเสียงครวญครางทั้งที่ใจกำลังจะขาด รอบกายพร่าเลือน ความสุขที่ท่วมท้นเข้ามาในอกไม่มีวันลบหายไปได้ลง
..ไม่เคย..ได้รับการเอาใจแบบนี้เลยด้วยซ้ำ..
“ อ..อื้อ..” ซายูริบดเบียดขาเพรียวเข้าหากัน อยากจะร้องบอกให้ฝ่ายนั้นผละออกไปก่อนที่ความอดทนจะสิ้นสุด
ดูเหมือนว่ามือใหญ่จะยิ่งกดย้ำลงกับปลายเท้า บังคับให้แยกออกกว้างในขณะที่เรียวปากยังคงจูบย้ำ ส่วนนุ่มนวลที่ไหวสั่นนั่นจุดยิ้มมุมปาก เร่งเร้าความต้องการให้ยิ่งปรนเปรอไม่รู้เบื่อ
“ ออกก่อน..” ร้องบอกด้วยความกลัว น้ำตามากมายไหลริน จะด้วยความสุขหรือความดีใจจนแทบสำลักก็ไม่ทันได้คิดในเมื่อทั้งร่างกระตุกวาบ สะโพกอิ่มขยับเร้าเหมือนควบคุมตัวไม่ได้
จุนเร่งริมฝีปาก แขนแข็งแรงช้อนเข้าใต้เรียวขาเปล่าเปลือย จับพลิกขึ้นข้างกายแล้วสอดปลายนิ้วเข้าไล้วนตรงทางรักเบื้องหลัง เพียงสัมผัส เจ้าของร่างก็สะท้านไหว แขนทั้งสองผวาขึ้นรัดรึงคนชักนำ
นิ้วแกร่งแทรกลงเชื่องช้า เรียกแรงสะดุ้งและหยดน้ำตาจากคนที่เคยตกในฝันร้ายมาตลอด แต่จูบที่คอยปลอบช่างอ่อนหวานจนไม่อยากให้ทุกอย่างหยุด ได้แต่หยัดร่างขึ้นรับ เต็มใจให้ฝ่ายนั้นเข้าหาได้มากกว่าที่เคย
“ อึก..อื้อ..” ครวญครางเหมือนจะขาดใจ เล็บคมจิกลงกับแผ่นหลังกว้าง จิกย้ำจนห้อเลือดเมื่อนิ้วยาวสอดเข้าลึกขึ้น..มากขึ้นจนสุด
แรงขยับเชื่องช้าแม้อ่อนโยนก็ยังร้อนแรงอยู่ในที ความนุ่มนวลจากภายในขยับรัดไม่หยุด ไอร้อนระอุเหมือนกองเพลิงกำลังทำให้คนด้านบนแทบคลั่งตาย
หยาดสีบริสุทธิ์ไหลรินลงอีกครั้ง ร่างกายที่สั่นเทาวาบไหวไปกับแรงขบเม้ม พลิกตัวออกห่างแต่ฝ่ามือกร้านกลับยิ่งช้อนตัว เกลี่ยปลายลิ้นเข้ารอบส่วนกลางแล้วตวัดเข้าเก็บกลืนจนหมดสิ้น ขับให้ใบหน้านวลเป็นสีแดงจัด ร้อนระอุเหมือนอยู่ในกองไฟ นิ้วใหญ่ถอดถอนออกทีละน้อย
ร่างเล็กทอดกายลงพังพาบกับเตียง หายใจจนตัวโยน ดวงตาปิดสนิท ไม่มีแรงแม้กระทั่งจะเงยมองคนที่กำลังคร่อมตัวอยู่ด้านบน สัมผัสจากปากร้อนผ่าวที่จุมพิตไปทั่วตัวให้ความรู้สึกเหมือนเจ้าหญิงน้อยที่กำลังถูกเอาใจ
“ ชอบมั้ย ” จุนพูดกระเซ้า หวังจะแกล้งให้คนฟังเขินจัดแล้วก็เป็นอย่างนั้นเมื่อใบหน้าสวยหันหนี เสหลบไปทางอื่นไม่ยอมประสานตากัน
“ ขอจูบหน่อยสิ ” เขาอ้อนเอาง่ายๆ ยืดตัวขึ้นด้านบนแล้วรั้งต้นคอขาวให้แหงนเงย ลากปลายลิ้นอุ่นผ่านเรียวปากบางที่ค่อยแย้มรับ ยินยอมให้ล่วงเกินเข้ามาอีกหน
เสียงผิวกายที่สัมผัสแนบดังเคล้าไปในความเงียบ จากรอยจูบแสนหวานค่อยทวีความรุนแรงขึ้น บดเบียดลงชิดกัน เน้นหนักราวกับความต้องการที่ซุกซ่อนจะขยำขยี้ดอกไม้กลีบบางให้แหลกสลาย..ทรมานให้ขาดใจด้วยไฟเสน่หา
“ ยังไม่ตอบเลย ชอบรึเปล่า ” เขายังคงพูดแกล้ง ยกขาขาวขึ้นแนบเอวตอนที่กดปลายนิ้วลงไปในทางคับแคบใหม่อีกหน สอดแทรกเชื่องช้าแล้วเพิ่มเป็นสอง
“ ฮ..อาา..” แก้มเนียนส่ายซ่าน เสียววาบเข้ามาในร่าง จุกหน่วงท้องน้อยจนพูดไม่ออก
“ ไม่ตอบเหรอ..น้อยใจนะ ” จุนยกยิ้ม หอมแก้มกลมป่องด้วยความหมั่นไส้ปนเอ็นดู
ปลายนิ้วแยกทางร้อนระอุออกมากขึ้น แทรกสวนเข้าไปแล้วขยับวน นวดคลึงให้คลายความกดดัน แต่ยิ่งสอดเข้าลึก แรงโต้ตอบที่รัดเข้ามาไม่หยุดก็แทบทำเอาเขาหมดความอดทน
“ อือ..จุน..จุน..” ซายูริพร่ำเรียกชื่อไม่ขาดปาก แขนขาวทั้งโอบทั้งกอดประคอง ซุกหน้าอยู่บนแผงอกแกร่ง
“ ซายุจ๋า..อย่าเขินฉันเลย ตัวแดงหมดแล้วเห็นมั้ย ” เขาแหย่หนักเข้า โน้มตัวลงขบเม้มบนยอดอกที่ชูชัน เกี่ยวปลายลิ้นแล้วดูดกลืนเข้าไปจนร่างน้อยๆสั่นสะท้าน
ความกดดันพุ่งเข้าในร่าง ทรมานจนปวดไปหมดทั้งตัวแต่เขาก็ยังอยากมองคนในอ้อมแขนนอนทอดกายอยู่อย่างนี้ ชอบดูเรือนร่างสีน้ำนมที่บิดเร่าเพราะความเสียวซ่าน ชอบดูปากนุ่มนิ่มร้องครวญครางไม่หยุด ทั้งที่แต่ก่อนเคยนอนด้วยกันนับไม่ถ้วนก็ไม่เคยคิดจะใส่ใจ
“ น่ารักจัง..” กระซิบคำชมข้างหู
“ แล้วตรงนี้น่ะ..ชอบมั้ย ” หัวเราะแผ่วเบาเมื่อจับให้มือเล็กเอื้อมลงมาแตะส่วนแข็งแกร่งของเขาแล้วเจ้าตัวรีบชักมือกลับกะทันหันพร้อมกับไอร้อนผ่าวทั่วหน้า
ซายูริก้มหน้างุด จิกเล็บลงแรงๆกับแขนอบอุ่นที่เจ้าของชอบพูดจาหน้าไม่อาย แต่ถึงอย่างนั้น ปากบางก็ขยับตอบรับด้วยหัวใจถี่รัว
“..ชอบ..”
จุนนิ่งอึ้ง ก่อนจะยิ้มเป็นบ้าเป็นหลังกับคนที่ก้มหน้ามุดลงไปใต้หมอนเรียบร้อยแล้ว
“ ดีใจชะมัดเลยแฮะ ” พึมพำหยอกเย้าอีกหน รั้งเอาหมอนหนาออกมาจากการปกปิดแล้วง้องอนให้อีกฝ่ายลองมองตากันสักนิด
ซายูริฝืนทำตาม ทั้งร่างโดนจับให้นอนหงาย ทุกส่วนเปล่าเปลือยแนบชิดกันแทบไม่มีที่ว่าง นัยน์ตาทั้งสองประสานตรง หวานเชื่อมและเต็มเปี่ยมไปด้วยคำว่ารักจนสุดหัวใจ
“ ฉันรู้ว่ามันเห็นแก่ตัว..แต่..ลืมครั้งแรกของเราเถอะนะ ซายุ..” เขาขอ แตะลงบนสะโพกนุ่มแล้วขยับให้ขาเรียวแยกออกกว้าง รั้งตัวลงไปกึ่งกลาง หวาดหวั่นกับความเจ็บปวดที่เคยตราไว้ในร่างกายเปราะบางนี่
“ ต่อจากนี้ฉันจะอ่อนโยน จะถนอมให้มาก จะไม่ให้เจ็บปวดหรือร้องไห้เลย ”
“ จุน..” ซายูริร้องไห้แผ่ว กอดรอบร่างสูงสง่าที่ทาบทับลงมา
ร่างใหญ่สอดนิ้วลงแนบมือบาง กอบกุมไว้มั่นคงตอนที่ค่อยๆแทรกร่างลงไปแผ่วเบา
“ ไม่เจ็บหรอกนะ..ถ้าฉันโกหก กัดลงมาเต็มแรงเลย ” เขายิ้ม ประคองให้แขนบอบบางเกาะเกี่ยวอยู่รอบบ่า ซุกหน้าลงกับกลุ่มผมหอม
คิ้วเข้มขมวดแน่น ร้องครางเสียงต่ำ ขบฟันกรอดกับแรงตอดรัดที่คอยดูดกลืนแต่ก็ผลักไสในเวลาเดียว อารมณ์ปรารถนามันมากมายจนต้องพยายามฝืน ส่วนปลายใหญ่โตสอดแทรกได้ลำบากกว่าที่เคย จะเพราะความรักมันสุมอกจนต้องการล้นเหลือหรือเพราะห่างกันไปนานเกินก็ไม่รู้แน่
“ เจ็บ..” คนด้านใต้ร้องคราง ปากเล็กจิ้มลิ้มงับลงมาเต็มท่อนแขนแกร่งจนคนถูกกัดนิ่วหน้า
จุนขยับร่างลงลึกอีกแต่ก็ได้แค่นั้น ฝ่ามือใหญ่เท้าลงกับฟูกหนาแล้วหยัดตัวเข้า ค่อยๆจดจ่อส่วนแข็งแรงนั่นลงอีกหน ขยับออกแล้วลองดุนดันเข้าไปใหม่แต่ก็ทำเอาซายูริน้ำตาร่วงจนใจหายวาบ
“ ให้ออกก่อนมั้ย ” เขาไม่กล้าทำต่อ สงสารคนที่ส่ายหน้าปฏิเสธ รู้ดีว่าซายุช่างเอาใจแต่ถ้าเป็นแบบนี้เขาก็ไม่ต้องการแล้ว
“ ไม่เอา..อยากให้กอด ” เจ้าตัวเล็กออดอ้อน แยกปลายขาออกกว้างขึ้น ทำเรื่องน่าอายลงไปทั้งที่สติยังครบถ้วนสมบูรณ์
“ จุน..ทำแรงๆก็ได้ ฉันไม่เจ็บหรอก ” ร่ำร้องอย่างเก้อเขิน แม้ว่าทางเบื้องหลังจะร้อนผ่าว เจ็บระบมแค่ไหนก็ยังอยากให้อีกฝ่ายแนบร่างลงเป็นหนึ่ง..อยากจะได้โอบกอด..อยากสัมผัสความรู้สึกที่ห่างหาย
จุนยิ้มอย่างรักใคร่ โน้มตัวลงจูบปิดปากช่างพูด สอดลิ้นเข้าดูดกลืน จาบจ้วงเร่งเร้า ไล้เลียลงบนเรียวปากหอมในขณะที่เบื้องล่างค่อยฝืนดันเข้าเชื่องช้า รุมเร้าด้วยรสหวานจนซายูริเผลอตัว นิ้วประสานเข้าเกาะเกี่ยวกัน มัวเมาด้วยรสจุมพิตที่เหมือนน้ำตาลเคลือบ
เขาอาศัยช่วงที่อีกคนเคลิ้มไป กระแทกกายลงทีเดียว เจ้าของร่างสะดุ้งไหว ร้องครางอื้ออึงทั้งที่ยังคงแลกจูบกันไม่เว้น ไอรักที่ปลอบประโลมผ่านริมฝีปากยังดำเนิน ความแข็งขืนแช่นิ่งอยู่ในไฟร้อนผ่าว เนิ่นนานจนคนข้างบนเริ่มขยับตัวทีละน้อย ถอนร่างแผ่วเบาแล้วสอดแทรกนุ่มนวล คืบผ่านด้วยความทะนุถนอมตามสัญญา
“ อา..อาา..”
“ อือ..ซายุ ” จุนขบกรามแน่น เชยคางมนขึ้นจูบอีกหลายครั้งหลายหน
สอดแขนหลังเอวคอดเพื่อรั้งร่างขาวนวลให้ยกตัวสูง กายโอนเอนถูกดึงขึ้นตามแรงอย่างง่ายดาย ฝ่ามือใหญ่ตรึงขาเพรียวลงกับบ่ากว้าง บีบคลึงเนื้อนุ่มช่วงสะโพกน้อยๆแล้วออกแรงบางเบาแยกทางเข้าให้มากขึ้น
เขากัดฟัน ออกแรงขยับถอยเชื่องช้าก่อนจะสอดสวนกลับเข้าใหม่ ได้ยินเสียงร้องครางก้องห้อง
“ อ..อาา..จุน..” เสียงหวานยังคงพร่ำหา เล็บที่จิกเกร็งลงกับฝ่ามือบางถูกรองรับไว้ด้วยอุ้งมืออุ่น บีบกระชับแน่นแต่แรงที่เริ่มโหมลงหนักหน่วงทำให้ทั้งตัวผวาเฮือก
แขนข้างหนึ่งยกขึ้นเกาะไหล่กว้าง ฝังเล็บคมลงหลังคอ ความหวานระรื่นในรสรักทำให้หยัดตัวขึ้นรับแรงกระแทกกระทั้นไม่หยุด มือบางอีกข้างตะปบลงกับลายเหล็กดัดตรงหัวเตียง บีบเค้นลงเต็มแรงด้วยใจที่คล้ายจะขาดรอน เสียงผิวกายเสียดสีดังก้อง แรงขยับบดเบียดดังแทรกกับฟูกหนาที่ไหวสั่น เตียงหลังใหญ่สั่นคลอนไปตามแรงชักนำของทั้งคู่
ขาขาวถูกจูบเน้น เสียงใสหวีดร้องด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข ความรู้สึกเจ็บแสบปนกับการเสียดสะท้าน ความเสียวซ่านปะทุขึ้นยามได้ยินเสียงกระแทกเข้าออกของนวลเนื้อที่สัมผัสกระทบกันดังลั่น เรือนกายอ่อนไหวสั่นริกพร้อมเสียงกรีดร้องสุดหัวใจ
มือบางกระหวัดรัดสะโพกแกร่ง กดย้ำลงมาคล้ายบอกให้เน้นร่างลงลึกสุด แรงเสียดวูบไหวในช่องท้อง ช่วงความยาวที่เหมือนท่อนไฟเคลื่อนกระหน่ำจนใจจะขาด ร่างกายทั้งคู่เกาะเกี่ยวเข้าหากัน ฝ่ามือใหญ่กดเรือนร่างหอมหวานให้แนบชิด โน้มตัวลงกอดแล้วเน้นจังหวะสอดแทรกไม่หยุด เดี๋ยวเร่งเร้าเดี๋ยวโอนอ่อนจนคนเบื้องล่างหอบหายใจตัวโยน
เรือนกายนุ่มนิ่มสั่นระริกไปทั้งตัว ไม่มีความเจ็บอะไรหลงเหลืออีกแม้สักปลายเล็บ ความร้อนเร่าที่แทรกเข้าไม่หยุดถูกถอดถอนแล้วดึงรั้งออกใหม่ กระแทกกลับเข้าสุดจนตัวสะดุ้งเฮือกด้วยความจุกเสียดที่คาคั่งไปกับความสุขสม ทางรักสีสดรัดเกร็งแน่นเข้า ถี่กระชั้นจนคนด้านบนหลุดเสียงครางออกมา
“ อา..อ๊าา..จุน ” ซายูริรู้สึกเหมือนทั้งโลกพลันวูบดับ เสียงครางกรีดร้อง เรียกหาชื่อของคนรัก
ดวงตาสีเทาพร่าพรายไปด้วยปลายทางที่แคบลง ทั้งตัวผวาเข้ากอดต้นแขนแข็งแรง ความร้อนในร่างพุ่งจี๊ดขึ้น ความกดดันท่วมท้นออกมาภายนอก ไหลรินรดต้นขาเปลือยที่ยังคงเกี่ยวกระหวัดอยู่รอบร่างใหญ่ หายใจด้วยร่างที่สั่นสะท้าน ทิ้งตัวฮวบลงกับผ้าปูที่ยับย่น หากความแข็งแกร่งยังคงขยับไหว เข้าออกรุนแรงเหมือนไม่ยอมพอ
จุนคว้าตัวอีกฝ่ายมากอดรัด แนบร่างลงเสียดกัน ผิวกายประทับลงติดตรึง ความร้อนยังคงเข้าออก ดวงตาคมปิดแน่น ข่มอารมณ์ที่วาบเข้าจนล้นอก เห็นเพียงแต่เรือนร่างขาวจัดที่นอนระทดระทวยในอ้อมกอด
เขาครางทุ้มต่ำ กัดฟันแน่นขึ้นเมื่อใกล้สิ้นสุดความอดทน สะโพกแข็งแกร่งกระแทกลงไม่ยั้ง ดุนดันจนสุดแล้วถอดถอน โยกกายลงชิด ขย่มร่างลงจนน้ำหนักทั้งหมดทาบบนเนื้อนุ่มข้างใต้ ฝ่ามือใหญ่ยันลงกับเตียงหนา ตั้งใจจะถอนร่างออกเพื่อปลดปล่อยภายนอกแต่ร่างเล็กกลับกระชากตัวเอาไว้
“ ออกในตัวฉัน จุน..” ซายูริพูดอย่างสิ้นอาย ใบหน้านวลแดงก่ำ
ร่างสูงขบกรามเป็นสันนูน ไม่กล้าทำตามแต่แววตาที่อ้อนวอนก็ทำให้เขาโยนความเป็นสุภาพบุรุษทิ้งไป แขนแกร่งโน้มลงกักร่างน้อยๆ เค้นแรงลงบนมือที่กำซี่ลูกกรงเหล็กเบื้องบนไว้แน่น กดย้ำลงกับข้อมือขาวแล้วกระชากออกมาให้กอดรัดร่าง
เขาขยับตัวเข้าออกเร่งเร้า รุนแรง กระแทกเข้าหนักหน่วง บดขยี้ปากบางด้วยรสจูบ โหมลงถี่รัว บดเบียดสะโพกแกร่งแล้วขยับทาบทับอีกหน ความสุขสันต์วาบเข้าตรงปลายทาง ร่างทั้งร่างกระตุกเกร็ง ปลดปล่อยไออุ่นหลั่งเข้าเป็นสาย ความร้อนระอุพุ่งเข้าเป็นระลอก
สายน้ำร้อนผ่าวไหลท่วมท้นจนเต็มช่องทางคับแคบ เอ่อล้นจนรินลงเปรอะเปื้อนต้นขานวล ร่างเปลือยเปล่าสะท้านเฮือก หัวใจเหมือนหลุดออกมากอง เล็บคมกระชาก จิกลงกับแผ่นหลังกว้างจนเป็นรอยแตกซิบ เสียงหวีดหวานดังก้องด้วยความสุขที่แทบสำลัก
จุนทิ้งตัวลงมานอนซบอกบาง หอบหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อย รอยรักที่ลากอยู่เต็มบ่าแกร่งให้ความรู้สึกแสบระคายเมื่อโดนหยาดเหงื่อที่ผุดพราว ทั้งสองกอดรัดกันและกันไม่มีที่ว่าง ความแข็งกระด้างยังค้างขังอยู่ในความอ่อนนุ่มที่ค่อยผ่อนแรงลง
“ สุดยอดเลย ซายุ ” เขาพึมพำ หอมแก้มนวลไปฟอดใหญ่
แขนเรียวที่โอบกอดอยู่ไม่คลายผละออก สอดนิ้วเข้าใต้เส้นผมสีดำแล้วคลึงเคล้าเล่นไปเรื่อย รอยยิ้มเคอะเขินปรากฏขึ้นด้วยใบหน้าที่เป็นสีแดงจัดตามเดิม
“ ชอบความรู้สึกนี้จัง ได้ปล่อยในตัวคนที่เรารักเนี่ย ” เขาแกล้งหยอก ขยับตัวแผ่ว น้ำรักที่ล้นเอ่อเสียดอยู่ภายใน แค่ขยับก็ได้ยินเสียงสัมผัสจนคนได้ยินอายหนักกว่าเก่า ทั้งอุ่นและร้อนจนไม่อยากลุกออก
“ ชอบ..แล้วทำไม ทำท่าจะ..” เสียงใสหยุดลง แก้มขึ้นสีชมพูระเรื่อ
“ เจ็บรึเปล่าล่ะ..เวลาสุดท้ายทีไร ฉันมันพวกบ้าเลือด..ก็กะว่าทำให้จบเองก็ได้ ” จุนยิ้ม ชอบกระเซ้าด้วยคำพูดสองแง่สองง่าม
ซายูริทุบลงกับไหล่กว้าง โน้มต้นคออีกคนลงมาใกล้แล้วจูบปิดปากอีกหน ฟันขาวขบลงบนปากร้อนเร่าจนฝ่ายนั้นร้องโอด ปล่อยให้ลิ้นเล็กเล็มเลียปลอบใจด้วยความรัก
“ ถ้าคนที่ทำให้เจ็บคือจุน..ฉันก็ไม่บ่นหรอก ” ยืดตัวขึ้นกระซิบข้างหูร่างใหญ่
“ อ้อเหรอ ” จุนพยักหน้าอย่างเหลือเชื่อ บางอย่างที่เบียดแทรกอยู่เริ่มมีปฏิกิริยาโต้ตอบอีกครั้ง
“ เจ็บอีกซักทีสองทีคงไม่ว่าอะไรนะ ”
ดวงตาสีเทาค้อนควับ แต่ก็เพียงแค่นั้นในเมื่อไม่หวังจะห้ามปราม แขนเพรียวยกขึ้นกอดร่างเบื้องบนที่เริ่มขยับตัวย้ำใหม่อีกหน เสียงครางหวานหูดังระงมไปในห้องนอนใหญ่
..ความสุขท่วมท้นในใจ..
..ไม่ต้องอาศัยความฝันอีกเลย..
.......................................................................................
ร่างสูงใหญ่ที่สวมเพียงเสื้อคลุมสีขาวนั่งคลึงแก้วเตกิล่าอยู่ลำพัง สระน้ำกว้างไร้ผู้คนอยู่ในร่มที่บังทั้งแดดบังทั้งสายตาจากคนภายนอก
สาบเสื้อแหวกกว้างเผยแผงอกแข็งแรงที่สะท้อนขึ้นจากแรงถอนหายใจกับความลังเลเพียงชั่วครู่ที่เข้ามาเกาะกุมความคิด เขากระแทกแก้วหนาลงกับโต๊ะด้านข้างก่อนจะก้มหน้าลงซบฝ่ามือ
..แน่ใจ?..ว่าจะไม่คิดอยากย้อนเวลาอะไรทั้งนั้นถ้าทำมันลงไป..
“ ตั้งสติหน่อยไอ้จุน..” เขาเตือนตัวเอง หัดให้นึกทบทวนเรื่องที่เคยถูกหยามน้ำหน้ามาไม่ต่างจากหมาข้างถนน
..เขาเกลียด..เกลียดที่ตัวเองต้องมาลังเล..
..เกลียดที่อ่อนแอ..เจ็บไม่รู้จักจำ..
......
..เอาสิ..กำจัดหัวใจขี้ขลาดนั่นทิ้ง..
..สระน้ำมันกว้าง..และลึกเกินไป..ไม่มีใครเข้ามาเห็น..
..ลองทำลายคนๆนั้นด้วยสองมือนี้ดู..
..อยากเห็น..คนที่เคยรักทรมานมากนักไม่ใช่เหรอ..
“ เป็นอะไรรึเปล่าจุน ” เสียงทักดังขัดเข้ามา
จุนส่ายหัว สายตาสบเข้ากับปลายเท้านุ่มนิ่มที่เจ้าตัวยืนอยู่ด้านหน้า ดวงตาคมกริบไล่ผ่านเรียวขาขาวนวลขึ้นไปถึงแขนเพรียวที่กระชับเสื้อคลุมสีขาวเอาไว้กับตัวไม่ยอมปล่อย เรือนผมสีน้ำตาลทองเปียกลู่จากหยดน้ำ แนบไปกับสองข้างแก้มแดงเรื่อ
“ ฉันต้องจมแน่ๆ ” ซายูริงึมงำ เห็นป้ายบอกระดับความลึกแล้วเกิดไม่แน่ใจขึ้นมา
“ ก็คงจะอย่างนั้น..” เขาพูดเรียบง่าย
“ หมายความว่าอะไร..”
ก่อนที่อีกฝ่ายจะได้ทันทักท้วง แขนแกร่งก็กลับกระชากเอวบางเข้าหาตัวแล้วเหวี่ยงร่างเล็กตกโครมลงกับผิวน้ำลึก แขนขาวป่ายปัดอยู่กลางน้ำที่เกินระดับหัว ความอึดอัดด้านใต้ถาโถมเข้าใส่ไปกับแรงสำลักที่ทั้งหายใจทั้งไอออกมาจนใบหน้าแดงก่ำ
“ จ..จุน!! ” เสียงหวานร้องอย่างขวัญเสีย ตะเกียกตะกายขึ้นจากใต้น้ำเข้าหาร่างสูงตรงหน้าที่ยืนนิ่ง
ดวงตาคู่สวยท่วมท้นไปด้วยหยดน้ำที่ไหลพราก ความไม่เข้าใจพุ่งเข้าเกาะกุมจนเปลี่ยนเป็นความกลัวเมื่ออุ้งมือกร้านคว้าหมับเข้าที่ไหล่ แต่ไม่ใช่การดึงให้ขึ้นมาจากด้านใต้ แรงกดที่ดันตัวเพรียวบางกลับลงไปใหม่ทำเอาทุกอย่างด้านหน้ามืดมิด
..นี่มันอะไร!!..
ก่อนที่สติจะดับวูบ แขนแข็งแรงก็กลับช้อนเข้าใต้ตัวเบาหวิวแล้วคว้าแขนอีกฝ่ายกลับขึ้นมา แรงกระชากที่คว้าตัวขึ้นจากน้ำทำเอาทั้งร่างเล็กบางปะทะเข้ากับแผ่นอกกว้าง ฝ่ามือน้อยๆยันบ่าของอีกคนเอาไว้สุดแรงเมื่อนึกรู้ว่าอะไรเป็นอะไร
..ยังโกรธ..ยังเกลียดกันใช่มั้ย!..ถึงคิดจะฆ่าให้ตาย!!..
“ ปล่อย! ฮึก..ฮืออ คนใจร้าย!! ” ซายูริร้องไห้โฮ ขืนตัวออกจากอ้อมกอดที่จับไม่ได้ถึงความอบอุ่น
..มันทั้งหนาว..ทั้งเย็นชา..
“ ไม่ปล่อย ” จุนกระซิบ จับทั้งร่างที่ดิ้นพล่านอยู่กลางน้ำให้ซบลงบนตัว
เล็บยาวข่วนลงบนแผ่นอกแข็งแกร่ง ดวงตาเป็นรอยบวมช้ำจากแรงน้ำตาที่ไหลพรากไม่หยุด ความกลัวอย่างก่อนเคย กลับเข้ามากินจิตใจจนไม่คิดอยากมองหน้ากันอีก
“ จุนโกหก! โกหกฉัน..ตลอดหลายเดือนนี่ ” ซายูริยังตัดพ้อทั้งความเสียใจ
“ ถ้าเกลียด..ฮึก..จะมาทำดีด้วยทำไม ” ไขว่คว้าหาที่ยึดแต่ฝ่ามือใหญ่กลับจับตัว ตรึงไว้ในอ้อมกอด
คนฟังยิ้มมุมปาก ร่างกายที่สั่นเทาของคนตรงหน้าทำให้เขารู้ว่าฝ่ายนั้นกำลังกลัว..และกลัวเอามากๆ
..สมใจแล้วนี่ซาวามุระ..
“ ใครเกลียดซายุกัน ” เขายกนิ้วขึ้นปาดหยดน้ำตาใสออกให้แผ่วเบา แขนคล้องที่เอวบางแล้วประคองให้กอดบ่าเอาไว้
“ จุนเกลียดฉัน..” ซายูริกลั้นเสียงสะอื้น
ความเย็นจากผืนน้ำไหวกระเพื่อมไปด้วยแรงขยับตัวโอบล้อมทั่วร่าง สัมผัสร้อนผ่าวบดเบียดเข้าหาจากเบื้องล่างที่เรียวขาขาวเกาะเกี่ยวอยู่ข้างเอวอีกฝ่าย
“ คิดมาก ”
“ แต่จุนกดฉันลงน้ำ ทำแบบนี้ทำไม ”
เขาเลิกคิ้ว ทำไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้นทั้งที่ก่อนหน้าเกือบทำให้ใครคนหนึ่งตายแล้ว
..ยังหรอก..ฉันไม่ให้นายตายง่ายไป..
“ ซายุก็ไม่เป็นอะไรนี่ ฉันก็แค่แกล้งเท่านั้น ”
ซายูริเม้มปากแน่น ความน้อยใจพุ่งเข้ามาในอกจนต้องผลักตัวอีกคนออกห่าง แต่มือใหญ่คว้าแขนเอาไว้ กดต้นคอขาวให้แนบใบหน้าเข้าหากัน
“ ใจร้าย! ” ต่อว่าทั้งน้ำตา เสียงในอกซ้ายยังดังรัวไม่หาย
“ ขอโทษ..” จุนพูดเรียบง่าย สอดมือเข้าไปใต้สาบเสื้อคลุมที่หลุดลุ่ย
“ ยังเกลียดฉันใช่มั้ย..” เสียงหวานท้วง หันหนีจากอ้อมแขนที่กอดเข้ามาแน่นขึ้น
คนฟังขมวดคิ้วอย่างนึกรำคาญใจ เขากระตุกมือครั้งเดียว ดึงสายรัดเสื้อออกแล้วทึ้งชายผ้าเหวี่ยงขึ้นไปบนขอบสระทั้งแรงดิ้นขลุกขลักของฝ่ายนั้น
“ เปล่า ” ตอบไปทั้งที่ปากจูบลงบนต้นคอขาว ขบลงฝังรอยสีแดงตัดกับสีผิวไว้เด่นชัด
“ ฉันออกจะรักซายุขนาดนี้..” เขายิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่ใครคนหนึ่งจะมีได้
..ยิ้มที่ทั้งน่าหลงใหลแต่ก็เป็นคมแหลมที่บาดเข้าไปถึงขั้วหัวใจ..
ร่างสูงดึงต้นคออีกคนเข้ามาแนบ ก้มลงกวาดลิ้นเข้าโพรงปากหวานที่ขยับขัดขืน อุ้งมือแข็งคว้าเข้าที่ไหล่เปลือยเปล่าแล้วออกแรงบีบในเมื่อคนตรงหน้ากัดปากตัวเองแน่น
“ เจ็บ..อ๊ะ..” เสียงขาดหายไปจากเรียวลิ้นอุ่นที่สอดเข้ามาทันควัน
นิ้วยาวไล้เข้าใต้กลุ่มผมหอมแล้วรั้งให้ทั้งร่างแนบติด ฝ่ามือป่ายปัดไปตรงสะโพกมน บีบเนินเนื้อนุ่มแรงเข้าจนเป็นรอยแดง เขารูดกางเกงว่ายน้ำด้านล่างออกทิ้งไปข้างหลัง สอดแขนเข้าใต้ขาเรียวก่อนจะคว้าให้มาแนบข้างเอว
“ จะให้แสดงให้ดูมั้ย ” จุนปรายตามอง วาดนิ้ววนอยู่แถวช่องทางร้อนรุ่มที่เพียงแค่สัมผัสก็ขยับรัดรึงไม่หยุด
“ ไม่..จุน..” ซายูริร้องห้าม แก้มเป็นสีแดงก่ำกับสถานที่โล่งแจ้งที่ไม่ว่าใครก็มีสิทธิ์เข้า
แรงแทรกของนิ้วที่กดเข้ามาด้านในทำเอาร่างเล็กบางสะดุ้งเฮือก สองแขนผวาเข้าเกาะกุมแผ่นหลังกว้าง ใบหน้าเบือนซบอกเปล่าเปลือยในเมื่อขัดขืนไปก็ค่าเท่าเดิม
สายน้ำเย็นเยือกที่ล้อมร่างเสียดเข้าทางร้อนระอุไปตามจังหวะการขยับนิ้ว ความฝืดเคืองช่วยเร้าอารมณ์ดิบของใครอีกคนให้พุ่งสูง สัมผัสถึงไอร้อนผ่าวตอดรัดไปพร้อมกับเสียงครางหวิวที่ออกจากริมฝีปากนุ่ม
“ อา..อ..ย่า..อือ..” ฟันขาวขบลงบนไหล่แกร่ง กันเสียงครวญครางที่แทบจะหลุดออกมาทุกครั้งที่คนตรงหน้าขยับมือ
ลิ้นอุ่นเลียบางเบาบนเรียวปากอิ่ม ไล่เรื่อยลงตรงซอกคอหอม ฝากรอยกัดเป็นสีจ้ำกุหลาบแล้วเลื่อนมือมาบีบคลึงยอดอกนุ่มสีสดที่แข็งขึงจากผิวกายที่ทาบทับกัน
จุนกระชับขาขาวให้เข้าใกล้ จดจ่อความปรารถนาที่คับแน่นตรงช่องทางที่ไหวริก ปาดนิ้วแยกความแคบที่เบียดเสียดเข้าไปก่อนจะสวนกายเข้าสุดความยาวจนอีกฝ่ายกรีดร้อง ร่างขาวนวลสั่นสะท้านยิ่งกว่าครั้งไหน เล็บคมลากผ่านต้นคอ จิกแน่นไปตามความเสียวซ่านของอารมณ์
“ อึก..อื้อ..” ซายูริกัดปากจนห้อเลือด หลับตาแน่นทุกครั้งที่ความแข็งแกร่งกระแทกเข้าภายใน
แขนเพรียวโอบรัดหลังกว้าง ซุกหน้าอยู่บนความอบอุ่นที่ใกล้กัน กระแสน้ำเย็นไหลต้านการขยับกายขึ้นลง เท้าเรียวจิกเกร็ง แนบอยู่ด้านข้างเอวแกร่งที่โหมแรงถี่จนได้ยินเสียงผิวน้ำกระเพื่อมกระทบกับขอบสระ
ดวงตาคู่สวยหลับแน่น รู้สึกจุกทั่วท้อง ทุกอย่างฝืดเคือง คับแน่นไปทั้งกายเหมือนทั่วร่างถูกฉีกขาด ความเสียวแปล๊บจากด้านใต้แล่นพล่านไปทุกที่เวลาส่วนแข็งขืนส่งเข้าถูกบางจุดในร่าง
“ อ๊าา..จุน..จุน..” เสียงหวานครางชื่ออีกฝ่าย
“ อือ..ซายุ..ยกตัวขึ้น..” จุนสั่ง กดมือลงกับไหล่บางแล้วกระชากตัวให้ส่วนล่างกระทบกัน
เอวคอดถูกกุมแน่น บังคับให้ขยับตอบรับ สะโพกหนาสวนเข้าถี่รัว ความร้อนเร่าเรียกเสียงครึมครางในลำคออย่างพอใจ
“ ม..ไม่ไหว..อาา..”
“ รู้มั้ย..” เขากระซิบ เบื้องล่างยังคงขยับเข้าออกเชื่องช้าแล้วเร่งร้อน เป็นจังหวะเนิบนาบ แต่บางทีก็รุกรุนแรง
“ ข้างใน..มันรัดฉัน ”
“ ไม่..อ..อย่าพูด..” ซายูริทุบลงบนไหล่กว้าง ปิดหูแน่นแต่ก็ยังได้ยินเสียงครางทุ้มต่ำ
“ ดูสิ..ตัวซายุ..ดูดฉันเข้าไปลึกแค่ไหน ”
จุนพลิกร่างบอบบางให้หันหลัง จับตัวพาดลงบนขอบสระแล้วปราดเข้ามาชิด ดึงขาเปล่าเปลือยแยกออก สอดร่างเข้าไปใหม่ ไม่สนใจเรียวนิ้วที่จิกลงบนพื้นปูนแน่นเหมือนจะขาดใจ
“ จุน..อึก..อาาา..”
ต้นขาแข็งแรงกระแทกกระทั้นเข้ากับเนื้อนุ่ม ส่งแรงโหมเข้าไปอย่างบ้าคลั่งจนอกนวลเนียนครูดลงเป็นรอยกับเม็ดหินละเอียดที่ฝังอยู่ตรงขอบสระ ดวงตาสีเทาปรือปรอยอย่างหมดแรง แต่หัวใจดวงน้อยกลับเต้นถี่รัวไปกับเรื่องน่าอายที่กำลังกระทำ
ลิ้นเล็กแลบเลียริมฝีปากที่แห้งผาก เสียงครางกระเส่าดังไม่หยุดเมื่อคนด้านหลังโน้มร่างเข้ามาแล้วรั้งต้นคอขึ้นให้แหงนเงยรับจูบ สัมผัสที่สอดเข้าออกทำเอาเสียวจี๊ดไปทั่วทั้งตัว กลิ่นคลอรีนในสระแทรกอวลเข้ามารั้งอารมณ์ที่เผลอไปว่าอยู่ที่ไหนด้วยกัน
เสียงครางหวานหวีดออกมาอย่างไร้สติควบคุมเมื่อความร้อนระอุที่สอดแทรกสวนเข้ามาสุดแรง กระชากออกแล้วดันกลับเข้าใหม่อยู่หลายครั้งหลายหน จนที่สุด..ร่างกายถึงกระตุกเกร็งไปกับของเหลวอุ่นวาบที่หลั่งเข้ามาภายในเป็นระลอก
แขนบางที่ยันขอบสระอยู่หมดแรงปล่อยตัวไถลลงแต่อุ้งมือใหญ่คว้าเอาไว้แล้วช้อนร่างเพรียวขึ้นแนบอกก่อนจะจมลงใต้น้ำ ร่างสูงอุ้มตัวเบาหวิวขึ้นมาจากสระทั้งอย่างนั้น
“ ซายุ..” จุนตบแก้มใสเบาๆ ไม่ยอมให้คนตรงหน้าหมดสติไปตอนนี้แน่
“ กลับ..ขอร้อง..จุน..กลับบ้าน ” ซายูริร้อนผ่าวไปทั้งตัว
ลมที่พัดต้องร่างทำให้รู้ว่าทั้งกายไม่มีอะไรปกปิด จนได้ยินเสียงอีกฝ่ายใช้เท้าดันประตูห้องน้ำ หัวใจถึงได้เต้นระรัวอีกครั้งเมื่อถูกดันเข้าแนบกำแพงเย็นชืดด้านใน
“ ไม่เอา..อือ..จุน..” เสียงครางแผ่วเล็ดลอดออกมาตอนที่คนข้างหลังใช้เข่าดันต้นขาขาวแยกกว้าง
มือกร้านรั้งแขนบางไปวางทาบกับผนัง ประคองส่วนแข็งขืนแล้วค่อยๆกดมันเข้าไปใหม่แต่ก็ไม่เบาพอที่จะทำให้ร่างเล็กหายเจ็บ
“ ซายุ..” จุนเรียกชื่อของคนตรงหน้าไปตามห้วงอารมณ์
ความสุขล้นเปี่ยมท่วมท้นเข้ามาในใจ ทุกครั้งที่มีอะไรกันมันฝังลงไปในหัวทุกทีว่าเขาควรได้เป็นเจ้าของร่างนี้ตั้งแต่แรก
..ควรจะเป็นคนแรก..
..แต่ก็ไม่ใช่..
ทันทีที่ความคิดหยุดนิ่งแค่ตรงนี้ โทสะที่สั่งสมกลับพุ่งพรวดเข้ามาเกาะจิตใจ ภาพที่คนของเขาคงร้องครวญครางอยู่ใต้ร่างคนอื่นแล่นวาบเข้ามาในสำนึก ผิวกายขาวนวล ไหล่เนียนบางจะถูกขยี้ขยำ ริมฝีปากรสหวานถูกสอดแทรก กิริยาที่แสนหวงแหนกำลังตอบรับคนอื่น
เสียงทุ้มสบถคำหยาบออกมาด้วยความโกรธแค้น ฝ่ามือกระชากปอยผมหอมเข้าหาจนคนรักร้องด้วยความเจ็บ เขาบีบคางมนแน่น บังคับให้เปิดปากแล้วแทรกลิ้นเข้าไปกวาดต้อนความหอม กระชั้นสะโพกเข้าถี่รัวด้วยไฟร้อนรุ่มในอก
“ อึก..โอ๊ย..จุน..” มือบางป่ายปัดมาด้านหลัง พยายามยื้อตัวออกห่างความแข็งแกร่งที่กระแทกเข้ามาอย่างดุดันจนทั้งร่างสั่นคลอน
“ อา..อาาา..อาาา..”
“ ร้องสิ..ซายุ..ร้องออกมา ” เขาตะคอกใส่ บีบแขนเรียวจนเป็นจ้ำเลือด
“ อ๊าาา..จุน..อือ..อือ..”
“ เป็นของฉันได้คนเดียว !..จำเอาไว้!! ” จุนตวัดร่างขาวโพลนให้หันกลับ
มือแกร่งกระชากขาทั้งสองข้างของอีกคนมาคล้องเกี่ยวที่เอว เขาขยับตัวหนักหน่วง บังคับรั้งเอวบอบบางให้พาตัวกระแทกขึ้นลงกับความร้อนรุ่มที่กระหน่ำถี่
ซายูริปัดมือไปโดนเอาก๊อกหมุนดังซู่ สายน้ำเย็นเฉียบปะทะเข้ากับเรือนร่างหอมหวานจนทั้งตัวสั่นริกด้วยความหนาว แต่ทางรักที่โดนรุกไล่กลับร้อนระอุเหมือนถูกไฟแผดเผาจนนัยน์ตาพร่ามัว ผิวกายที่กระทบกันดังระงมในห้องแคบผสมไปกับเสียงเฉอะแฉะจากหยดน้ำที่เปียกโชก
นิ้วเรียวขยุ้มเรือนผมสีเข้มของอีกฝ่ายไว้แน่น ใบหน้าแหงนเงยขึ้นด้วยความเสียวซ่าน จุกเสียดทั้งท้องน้อยที่บางอย่างกำลังเคลื่อนไหวรุนแรง เรียวขาอ่อนแรงเกือบจะตกลงแต่แขนแข็งแกร่งกลับรั้งเอาไว้แล้วสวนร่างเข้ามาใหม่แทน
“ อ..อ๊าาา..อ๊าาา..” เสียงใสร้องครางเหมือนจะขาดใจ ทั้งตัวร้อนวาบเมื่อไอรักร้อนผ่าวพุ่งเข้ามาในร่างอีกครั้งพร้อมกับที่ตัวเองปลดปล่อยหยดสีขาวนวลออกมาเป็นทาง
ใบหน้าคมซบลงอย่างเหนื่อยอ่อนกับไหล่เล็ก เสียงหอบหายใจดังประสานกันทั่วความเงียบงันที่ไม่มีใคร ส่วนใหญ่โตยังคงขยับเข้าออกอยู่ครั้งสองครั้งแล้วแช่นิ่งงันอยู่ในความนุ่มนิ่มที่ยังตอดรัดเป็นจังหวะ
ซายูริจูบลงบนเส้นผมสีเข้มบางเบา มือลูบไล้สันคางได้รูปแล้วก้มลงเปิดปากจูบก่อนอีกหน ความเจ็บปวดที่แทรกมาพร้อมความสุขที่แสนเศร้าเป็นความเย้ายวนอย่างน่าประหลาดที่ไม่ว่ากี่ครั้งก็ไม่มีทางที่จะโกรธคนรักได้เลย
จุนปล่อยขาเพรียวลงกับพื้น เขาคว้าเอวคอดไว้ได้ก่อนที่เจ้าตัวจะเซลงไปกองกับพื้นแข็ง
“ เจ็บมั้ย ”
ใบหน้าหวานสั่นหัวปฏิเสธ ยืนนิ่ง ปล่อยให้อีกคนเดินออกไปด้านนอกแล้วกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับเป้ใบเล็กของตัวเอง
“ ฉันจะอาบน้ำให้ ” เขากระซิบ รูดกระเป๋าด้านหน้า ล้วงเอาสบู่เหลวในขวดออกมาวางตรงชั้นด้านข้าง
มือใหญ่จับร่างนุ่มนิ่มให้หันหลัง บิดก๊อกน้ำให้แรงขึ้นก่อนจะเทแชมพูลง ลูบไล้อย่างอ่อนโยนกับเส้นผมนุ่มลื่น นวดคลึงบางเบาเหมือนจะเอาใจ
สายน้ำเย็นฉ่ำค่อยๆรินรดลงมา ล้างคราบฟองขาวให้ไหลลงไปตามร่างเปล่าเปลือย สัมผัสของมือร้อนที่ลูบสบู่ลงบนตัวทุกซอกทุกมุมทำให้ใบหน้าหวานแดงจัด
นิ้วยาวแยกทางรักด้านหลังบางเบาแต่ก็ทำเอาเจ้าของร่างสะดุ้งไหว กวาดกวัดนิ้วเข้าไปด้านใน ดึงเอาคราบขาวขุ่นออกมาให้ไหลเป็นทางยาวลงตามต้นขานวลแล้วถึงถูลงเชื่องช้า แทรกนิ้วเข้าเสียดสีความร้อนระอุแล้วสอดวนเหมือนจะแกล้ง
“ อือ..จุน..พ..พอแล้ว ” ซายูริท้วง ดึงมือซุกซนออกก่อนที่อะไรจะเลยเถิดไปเป็นรอบที่สาม
จุนหัวเราะในลำคอ ยอมทำตามอย่างที่ขอ
“ ทำให้ฉันบ้างสิ..ซายุ ” เขาหมุนร่างเล็กให้หันมาเผชิญหน้ากัน ยื่นสบู่ให้คนขี้อายทำตามความต้องการ
แก้มใสเป็นสีระเรื่อเมื่อวางนิ้วลงกับแผงอกแกร่ง ถูสบู่เหลวกลิ่นหอมลงเชื่องช้า เป็นสัมผัสที่นุ่มนวลหากก็ทรมานใจที่แข็งกระด้างเหมือนจะกรีดปราการทิฐิให้บางลง
ดวงตาคมกริบมองกิริยาเขินอายนั่นด้วยความพอใจ เขาอาจจะคิดว่ามันคือการเสแสร้งที่ควรได้รางวัลดารายอดเยี่ยม แต่ตอนนี้..ความสุขที่สุมอกทำให้ใจทั้งดวงทั้งหลงใหลและหลงเชื่อ
..อย่างน้อยก็ช่วงเวลาที่ใกล้กัน..
..จะปิดหูปิดตา..หลอกตัวเองว่า..
..ได้เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง..
......
จุนดึงเอาผ้าขนหนูผืนยาวมาพันตัวให้คนรัก เขาบรรจงเช็ดผมที่เปียกน้ำท่าทางทะนุถนอมผิดกับเมื่อครู่จนน่าสงสัย รอยยิ้มที่ผุดขึ้นลำพังมีขึ้นเมื่อร่างเล็กทำให้อย่างเดียวกันด้วยท่าทีเขินอาย
“ ตกใจมากมั้ย..ตอนฉันโยนซายุลงน้ำ ” เขาเปรยขึ้น มือดึงเอาเสื้อยืดตัวใหม่มาใส่
ซายูริก้มหน้าหลบลงไปมองพื้น เงียบไปนานจนจุนต้องหันมากอดเอาไว้ด้วยสองแขน
“ ขอโทษนะ..ที่ล้อแรงไปหน่อย ”
“ จุนทำเหมือนอยากให้ฉันกลัว..แล้วฉัน..ก็กลัวจุนจริงๆ ” เสียงหวานเปิดปาก สองมือยกขึ้นปาดน้ำตาทิ้ง
คนฟังยิ้มเยาะในใจ ในขณะที่นิ้วเช็ดหยดน้ำใสที่ดวงตาคู่สวยให้อย่างนุ่มนวล
..ใช่..ฉันอยากให้นายกลัว..
..กลัวจนมองใครไม่ได้..
..กลัวจนไม่กล้าหนีจากไป..
..กลัวจนต้องเชื่อฟัง..เจ้านายคนนี้..คนเดียว..
“ ทีหลังจะไม่เล่นแบบนี้แล้ว ” เขายกมือสัญญา คว้าเป้ใบเล็กของคนรักมาให้
อะไรบางอย่างที่ตกกระทบกับพื้นด้านล่างทำเอาขาที่กำลังจะก้าวชะงักไป จุนก้มลงเก็บสายสร้อยแวววาวที่เห็นสะท้อนอยู่กับหลอดไฟนีออน
“ อ๊ะ..” ซายูริพึมพำ คว้ามือจะเอาคืนแต่จุนดึงกลับไปดูด้วยความสงสัย
แสงวิบวับเป็นประกายรูปหัวใจจากคริสตัลเนื้อดีส่องแสงวูบวาบอยู่ในดวงตาสีนิล หัวใจเย็นชากระตุกวูบไปกับของขวัญวันวาเลนไทน์ชิ้นแรกที่คบกัน
..รอยขาดของมันยังเด่นชัดจับตา..
“ ข..ขอคืนได้มั้ย ” ก้มหน้านิ่ง ยื่นมือไปอ้อนวอนด้วยใจกลัวคนรักจะโกรธว่ายังเก็บมันไว้อยู่
จุนยืนเงียบ บรรยากาศน่าอึดอัดโอบล้อมเข้ามาเพราะไม่มีใครพูดอะไรจนกระทั่งเขาต้องเอ่ยปากก่อน
“ มันขาด..” เขาว่า
ซายูริรู้สึกถึงใจที่เต้นโครมครามด้วยความหวาดหวั่น แต่ทุกอย่างก็โล่งไปเมื่อได้คำตอบที่น่ายินดี
“ อาทิตย์หน้า..ฉันจะเอาไปซ่อมให้..”
“ จริงเหรอ ”
“ ฉันจะโกหกทำไมกัน ” จุนยิ้ม ขยี้ผมหอมเล่นแล้วจูงข้อมือบางให้เข้ามาใกล้
..ตายใจได้ง่ายดาย..
..น่าสมเพชนิสัยหัวอ่อนของนายนะ..ซายูริ..
..จะมีที่น่าค้นหาหน่อยก็ตรงที่ขายตัวตอนเด็กแค่นั้น..
..แต่มันก็โสโครกจนฉันอยากทำลายด้วยสองมือ!..
..น่ารังเกียจ..ที่ฉันเองก็ยังต้องการร่างกายของนายไม่รู้จบ..
..อย่างนั้นล่ะมั้ง..เพราะเรามันสกปรกพอกัน..
......
“ ขอบคุณ..ขอบคุณนะจุน..” รอยยิ้มสดใสส่งมาให้ด้วยความจริงใจ
..ที่ใครอีกคนมองไม่เห็นเลย..
...........................................................................................
ชินยะจ้องหน้าร่างสูงใหญ่ตรงข้ามกันอย่างหาเรื่อง มองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทที่จับได้ถึงความเย็นชา ไร้จิตใจ
“ มันเป็นใคร ” คนเป็นน้องถามเสียงต่ำ หันมาคาดคั้นกับพี่ชาย
จุนได้แต่ยืนเฉยๆ เขากวาดสายตามองนายแบบชื่อดังตั้งแต่หัวจรดเท้า ประเมินลักษณะนิสัยคร่าวๆก็รู้ได้ว่าเป็นพวกไม่เอาไหนที่สมควรจะโดนเขี่ยทิ้งตั้งแต่แรกเริ่ม
..น้ำหน้าอย่างทาซึดะ ชินยะ ไม่มีทางเป็นศัตรูกับเขาได้แน่..
..ภาพของเด็กเอาแต่ใจที่ดีแต่ผลาญเงิน เที่ยวเก่งแล้วก็ไล่ล่าผู้หญิง..
..ไม่มีอยู่ในสายตาว่าจะลุกขึ้นมาทำอะไรเป็นการแก้คืนได้เลย..
“ อย่าเรียกจุนว่ามันนะ! ” ซายูริเน้นเสียงใส่ด้วยความโกรธเคือง สะบัดแขนออกจากแรงบีบเหมือนคนบ้าของน้อง
“ แล้วมันเป็นใครถึงเรียกไม่ได้ ”
“ เขาเป็นแฟนพี่ ! ทำอะไรหัดไว้หน้ากันบ้าง!! ”
ชินยะแค่นหัวเราะ ชี้หน้าบุคคลที่สามที่ดูไม่รู้ร้อนรู้หนาวแล้วหันกลับมาไล่เบี้ยเอากับอีกคน
“ ไอ้ผู้ชายเสแสร้งแบบนี้เรียกว่าแฟนเหรอ แล้วสั่งให้ไว้หน้ากัน..พี่เอาตัวมานอนกับใครไม่รู้นี่เรียกว่าไว้หน้าพ่อกับผมรึเปล่า!! ”
“ ชิน!! ” ซายูริน้ำตาคลอ ผิดหวังในคำต่อว่าของน้องที่ตัวเองรักมาก
จุนยิ้มมุมปาก แอบนึกถูกใจที่ไอ้หมอนี่มันมีดีตรงที่มองคนออกได้
..จะโง่ก็แค่พี่ของนายสินะ..ทาซึดะ..
“ เรารักกัน ” น้ำเสียงเรียบนิ่งบอกกลับมา แทรกการโต้ตอบที่เผ็ดร้อนของสองคนด้านหน้า
ชินยะหันกลับมามองคนที่เอาตัวมายืนด้านข้างพี่ แขนกว้างนั่นโอบเข้ามาที่ไหล่เล็ก
“ หึ..” เขามองเค้นลงไปในดวงตาคู่เดิม
..อะไรบางอย่างร้องเตือนว่าไม่ใช่..
..ไม่ใช่ภาพพจน์ที่แสดงออกมาอย่างนั้น..
..มันเหมือนหน้ากากที่มีรอยยิ้มเสแสร้งแกล้งทำเป็นตัวฉาบ..
..ดวงตาที่ไม่สื่อความหมาย..ทั้งที่ปากบอกรัก..
..ไร้เยื่อใยที่จะสานสัมพันธ์..
..ต้องการอะไรกันแน่!..
“ หลอกใครก็หลอกเถอะวะ..”
“ นายเลิกหยาบคายได้รึยังชินยะ! ” ซายูริเสียงแข็ง
“ พี่มีคนรักแล้วจะเป็นอะไร ทีนายยังควงคนอื่นไปนอนถึงคอนโด เปลี่ยนมากี่คนก็ไม่เคยว่าสักครั้ง แค่พี่จะรักใครบ้างนี่มันผิดนักเหรอ! ”
ใจดวงน้อยคิดไปแต่วันที่ถูกสั่งให้เลิกกันกับคนที่ยืนเคียงข้าง เป็นคำประกาศิตที่ให้ทำอย่างไม่มีทางเลือก
“ คนรัก? ให้ตายสิ..พี่นี่มันหัวอ่อน ปล่อยให้โดนหลอกไม่เคยผิดเลย ”
ร่างเล็กเม้มปากแน่น คำพูดบางอย่างแทงใจจนเสียงในอกขาดหาย มันเป็นความกังวลบางอย่างที่รังแต่จะปะทุขึ้นมาเสมอ
..ว่าจุนไม่ได้รักจริง..จุนแค่กำลังหลอกกัน..
“ อย่าเอานิสัยนายมาเหมากับจุน ”
คนฟังขบกรามจนเป็นสันนูน ความเป็นห่วงพี่ชายเพียงคนเดียวทำให้เขาเลือดขึ้นหน้าได้ง่ายดายเมื่อรู้ว่ามีคนอื่นเข้ามาดึงตัวพี่ออกไปจากเขาแล้ว
..โดยเฉพาะถ้าคนๆนั้นไม่มีความจริงใจ..
“ ก็เพราะสันดานเหมือนกันน่ะสิถึงดูออก พี่เห็นแววตามันมั้ย..เคยเห็นความรักอยู่ในดวงตาของมันบ้างรึยัง..ปากบอกชอบ แต่ใจคิดรึเปล่าก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ ”
จุนกดยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ท้าทายว่าใครจะมีอิทธิพลกับซายูริมากกว่ากัน..และเขาก็ได้คำตอบ
“ จุน..กลับกันเถอะ ไม่อยากจะคุยกับเด็กพูดไม่รู้เรื่องอย่างนี้แล้ว ” มือบางกระตุกชายเสื้อของเขาแต่อีกฝ่ายยืนเฉย
ร่างสูงเผชิญหน้ากับบุคคลไม่ได้รับเชิญ เขาจ้องกลับเข้าไปในดวงตาสีเข้มของเด็กหนุ่มที่ดูมุทะลุเกินใคร
“ ถ้าไม่ได้รักจริงก็ออกไปจากชีวิตพี่ซายุซะ..เขาเป็นคนสำคัญของฉัน ” ชินยะว่าเรียบง่ายแต่กลับจ้องมองอย่างหมายหัว
“ ไม่อย่างนั้นนายได้เสียใจแน่..ฉันสาบานเลย ”
“ รักสิ..” จุนตอบกลับ ยิ้มเย็น
“ รับปากกับนาย..ว่าจะรักและดูแล..เป็นอย่างดี ”
“ แน่ใจงั้นเหรอ ” เขายังถามย้ำ ไม่มีการวางใจใบหน้าที่เหมือนมีอะไรเคลือบแฝงนี่เด็ดขาด
“ ขอร้องเถอะชิน..” ซายูริน้ำตาคลอ
..จะกดดันกันไปถึงไหน..
..แค่อยากจะรักใครจนสุดหัวใจ..เชื่อในคนๆนั้นอย่างแท้จริง..
..มันยากนักเหรอ..ถึงต้องมาทำให้แตกกัน..
ชินยะไม่ได้พูดอะไรต่อเมื่อสบเข้ากับหยดน้ำที่คลอเอ่อในดวงตาคู่หวาน เขาหันหลังเดินจากไปอย่างหงุดหงิด แม้ในใจจะไม่รู้สึกถึงคำว่ารักนั่นอย่างที่ปากของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของพี่ซายุว่าเลยสักนิด
......
ใบหน้าสวยซบลงอย่างอ่อนแรงกับกระจกรถด้านข้าง หยดน้ำตามากมายไหลลงอาบแก้มกับคำว่าของคนที่รักมากพูดมา
..เอาตัวมานอนกับใครไม่รู้นี่เรียกว่าไว้หน้าพ่อกับผมรึเปล่า..
..พี่นี่มันหัวอ่อน ปล่อยให้โดนหลอกไม่เคยผิดเลย..
..เคยเห็นความรักอยู่ในดวงตาของมันบ้างรึยัง..
..ปากบอกชอบ แต่ใจคิดรึเปล่าก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ..
......
..เจ็บไปทั้งใจ..เพราะทุกอย่าง..มันเสียดแทง..
..เคยเห็นคำรักจากดวงตาคู่นั้นของจุนหรือเปล่า..
..ปากบอกรัก..แต่ใจไม่เคยรับรู้ได้เลย..
..ทุกการกระทำ..มีอะไรบางอย่างที่ฝืนทน..
..เพราะกลัวว่าที่เชื่อไปจะถูกหลอก..ถึงได้พยายามปิดหูปิดตา..
..ไม่รับรู้และไม่สนใจจะดีกว่าสำหรับคนสิ้นหวัง..
..เหมือนคนกระหายในทะเลทรายที่แห้งผาก..
..เห็นภาพลวงตาว่ามีน้ำปรากฏ..จะเดินเข้าหาหรือเดินออกห่าง..
..จะให้กำลังใจตัวเองว่ามีจริง..หรือบอกตัวเองว่านั่นคือเงาลวง..
..คำตอบรู้กันอยู่แก่ใจ..
“ ซายุ..” เสียงทุ้มต่ำเรียกหา
ดวงตาเศร้าสร้อยมองตอบกลับไป พยายามค้นหาคำว่ารักที่แฝงอยู่แต่ก็ไม่เคยพบเจอ
“ ฮึก..จุน..” ซายูริซบหน้าลงกับอกกว้าง แนบฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอในอกข้างซ้ายของอีกฝ่าย
..จุนไม่ได้มาหลอกกันใช่มั้ย..ขอร้องแค่นี้..
..ความรักของฉันมันอาจจะมีเวลาน้อย..
..แต่ก็อยากให้มีความสุขที่สุด..อยากให้จุนมากที่สุด..
“ เป็นอะไร ร้องไห้ทำไมกัน ” จุนถามน้ำเสียงปกติ
ร่างเล็กสั่นหัว ทั้งที่ใจมันตะโกนคำตอบออกมาแล้ว
..เพราะกลัว..กลัวทุกอย่างที่ชินยะพูดจะเป็นความจริง..
..กลัวคำว่ารักจะหลอกลวง..
..ขอเถอะจุน..สงสารกันบ้าง..อย่าหลอกกันอย่างคำว่านั่นเลย..
“ ฮึก..ฮืออ..” ซายูริปล่อยน้ำตาร่วงจนชุ่มเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่าย มือบางกำมือใหญ่แน่น บีบเอาไว้เพื่อย้ำว่าตอนนี้..มีแค่จุนอยู่เคียงข้างก็พอแล้ว
..ถึงจะเสแสร้งก็ช่าง..
น้ำตามากมายที่ไหลพรั่งพรูทำเอาดวงตาสีหม่นชอกช้ำ แรงสะอื้นที่กล้ำกลืนยังไหลริน เจ็บร้าวไปทั้งหัวใจเมื่อคิดว่าจะทำยังไงถ้าวันใดความจริงอันน่าหวั่นเปิดเผยว่าเรื่องทั้งหมดคือการปั้นแต่ง
เพียงแค่คิด..ความเสียใจก็ท่วมท้นเข้ามา เหมือนขึ้นไปยืนบนหอคอยสูงแล้วเห็นทะเลสาบมืดมิดเบื้องล่าง ถูกผลักให้ตกลงไป จมดิ่งทีละน้อย ทรมานอย่างเชื่องช้าจนกว่าดวงใจจะดับสูญ
ซายูรินิ่วหน้า อาการปวดจี๊ดเข้ามาในหัวแทรกเข้าทันที มันร้าวไปทั่วทั้งดวงตา ทุกอย่างร้อนผ่าวราวเอาหินร้อนมาทาบ ยิ่งกว่าเข็มนับพันที่รุมแทงจนด้านหน้าพร่ามัว
..อาการมันหายมานานนับเดือนแล้วด้วยซ้ำ..
“ จ..จุน ” มือเล็กไขว่คว้าหาคนข้างกาย มองอะไรไม่เห็นไปเสี้ยววินาที
“ จุน..ปวด..ฉันปวดหัว ”
ร่างสูงขมวดคิ้วอย่างสงสัย เอามืออังตรงหน้าผากเนียนแล้วก็ไม่มีไข้
..เรียกร้องความสนใจงั้นสิ?..
“ ไปหาหมอมั้ย ” เขาถามส่งๆ สตาร์ทเครื่องแล้วถอยรถออกจากที่จอด
“ ม..ไม่ต้อง กินยาแก้ปวดเดี๋ยวก็หาย ” พยายามกลั้นน้ำตาที่ไหลออกมา
..จุนคงไม่รู้..ว่ามันปวดแค่ไหน..มันเจ็บแค่ไหน..
..ฉันอยู่กับมันมาสี่ปี..ทรมานทุกครั้ง..ทุกคราว..
“ เป็นบ่อย? ” เขาหันมามองคนที่กุมขมับ นั่งหันหลังให้เหมือนไม่มีอะไร แต่หยดน้ำตาที่ไหลลงอย่างเงียบเชียบก็ทำเอาหัวใจวูบไหว
..เสี้ยววินาทีที่เจ็บปวดแทน..
“ ไปหาหมอดีกว่าซายุ ” เขาสรุปเอง หักพวงมาลัยกะทันหันเพื่อเปลี่ยนเส้นทาง ตรงเข้าโรงพยาบาลที่อีกคนบอกชื่อมาว่าไปหาประจำ
“ ปกติหาหมอคนไหน ” จุนถามตอนที่เลี้ยวรถเข้าไปจอดอย่างรวดเร็ว ไม่เข้าใจนักว่าทำไมถึงได้ร้อนรุ่มอยู่ในอกเมื่อเห็นท่าทางทรมานแบบนั้น
..ไหนว่าไม่รักไง..
“ คาซึมะ..คาซึมะ โฮโจ ”
...........................................................................................
“ ซายุจังควรจะมาตามนัด..” ชายหนุ่มเจ้าของไข้แสดงน้ำเสียงห่วงใยปนตำหนิที่คนตรงหน้าไม่เคยจะใส่ใจตัวเองบ้างเลย
ลายมือหวัดเขียนลงใบสั่งยาที่จะต้องกินให้ครบคอร์สแล้วจึงจัดแจงดึงเอาแฟ้มฟิล์มเอ็กซเรย์ของเก่าเมื่อครึ่งปีก่อนขึ้นมาให้คนตรงหน้าดู
“ ผมอยากให้ไปถ่ายภาพรังสีดูใหม่ ” โฮโจเหลือบมองไปทางผู้ชายอีกหนึ่งที่ยืนกอดอก ฟังอยู่เงียบเชียบ
“ หมอครับ..” ซายูริก้มหน้านิ่ง ใบหน้าซีดเซียวจนผิดสังเกต มือที่บีบแน่นสั่นระริกตอนที่วางลงไปบนฟิล์มภาพถ่ายไม่ให้คุณหมอเปิดดู
“ ขอร้อง..”
ดวงตาอ่อนโยนปรายไปทางบุคคลที่สาม เขาพยักหน้า ปิดแฟ้มลงตามเดิมแต่ก็เขียนใบนัดสำหรับให้เข้ามาเอ็กซเรย์ใหม่ในคราวหน้า
จุนถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับอากัปกิริยาของคนไม่สบายที่ถามทีตอบที ทำอ้อมแอ้มจนน่าหงุดหงิด
“ แฟนผมเป็นอะไร ” เสียงทุ้มต่ำถามขึ้น วางมือลงบนไหล่บางเหมือนแสดงความเป็นเจ้าของในตัวคนหัวอ่อนที่คงไม่รับรู้อะไรเลยกับสายตาของใครอีกคน
โฮโจนิ่งไปนิด มองไปที่มือของฝ่ายนั้นบนไหล่เล็ก มันเป็นตำแหน่งของคนรักกันที่ประกาศออกมาอย่างโจ่งแจ้ง
“ ไมเกรน..” ซายูริหันไปพูดแทน ยิ้มให้กับคนรักแล้วเอื้อมมือไปวางทาบต้นแขนแกร่ง
“ กินยาก็หายแล้ว จุนอย่าห่วงฉันเลย ”
คนที่เฝ้ามองเจ้าของใบหน้าหวานมาตลอดเวลาครึ่งค่อนปีได้แต่หันสายตาหนีไปทางอื่น มันเจ็บแปล๊บเข้ามาในใจกับท่าทางห่วงใยกันของคนทั้งคู่
..เขาน่าจะรู้อยู่แล้วด้วยซ้ำว่าต้องมีวันนี้..
..แต่ไม่คิดว่ามันจะเจ็บเท่ากับที่กำลังเป็นอยู่เลย..
“ จริงเหรอหมอ ” จุนกดยิ้มต่ำ อดสมเพชในแววตาผิดหวังของคุณหมอตรงหน้าไม่ได้
..เอาน่า..ไว้ใช้งานเสร็จก็คงจะส่งให้..
..ถ้ายังต้องการของเหลือเดนกันนะ..
“ เอ่อ..ครับ ” โฮโจพยักหน้า ยื่นใบประวัติกับใบสั่งยาให้คนที่คอยมาดูแลซายุจังอยู่แล้ว
เขามองสบดวงตาหม่นแสงที่อ้อนวอนว่าไม่ให้ใครรู้ตามเคย มันเป็นความพยายามของหัวใจดวงน้อยที่ไม่ต้องการให้คนอื่นมาทุกข์ด้วย ความชอกช้ำที่ทบเท่าเหมือนคนด้านหน้าจะตัดใจ ปฏิเสธทุกวิธีของการรักษา
..เขาอยู่ที่ตรงนี้มานาน..ทรมานกับการสูญเสีย..
..รู้ทันว่าสิ่งที่ซายุต้องการคือหลับลงไปอย่างที่ไม่มีใครรับรู้..
..แต่เขา..จะไม่ยอม..
..อย่างน้อยก็ให้ได้มีโอกาสพยายามอย่างเต็มที่กับเจ้าของหัวใจคนนี้..
“ ผมขอนัดมา MRI ภายในอาทิตย์หน้า ซายุจังว่างวันไหน ”
ซายูริถอนใจ ดวงตากลมโตเสมองไปทางอื่นกับความพยายามอย่างที่สุดของคุณหมอ ทั้งที่ตัวเขาเองยังไม่คิดจะพยายามให้ทุกอย่างดีขึ้นมาได้เท่าครึ่งหนึ่งของคาซึมะซังเลย
“ ไม่อยากจะอยู่กับคนรักอย่างที่คนปกติเขาเป็นกันเหรอ ” โฮโจพูดแทงใจคนฟัง ย้ำเสียงหนักแน่นแม้จะต้องร้าวไปทั้งใจกับคำตอกย้ำที่เขาพูดขึ้นเอง
..ซายุมีแฟนแล้ว..มีคนที่รักแล้วด้วยซ้ำ..
..ไม่มีทางหันมามองกันหรอก..
“ อยาก..อยากครับ ” เสียงสั่นไหวเอ่ยบอกไป มองตรงไปด้านหน้าด้วยดวงตาที่พร่ามัวด้วยหยดน้ำใส
“ ถ้าอยาก..ผมจะช่วยเต็มที่ ขอแค่ซายุมีกำลังใจ..และให้ความร่วมมือเท่านั้น ” เขาเอื้อมมากุมมือนุ่มนิ่มเอาไว้แล้วบีบเบาๆ
เป็นภาษาที่ไม่ต้องเอ่ยคำเมื่อสัมผัสอบอุ่นที่ปลายนิ้วแล่นวาบเข้าไปถึงดวงใจ จับได้ทุกกระแสของความห่วงหา สื่อถึงด้วยดวงตาที่แสนอ่อนโยน
..แต่หาไม่เจอ..ในตัวผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรัก..
จุนถอนหายใจอย่างนึกเซ็ง ยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาว่าต้องเสียเวลาไปเท่าไหร่แล้วสำหรับคุณหนูทาซึดะที่แค่ไมเกรนขึ้นก็ร้องไห้เป็นวักเป็นเวร
..ฉันไม่มีความเห็นใจให้..จะไม่ให้มี..แม้แต่นิดเดียว..
..ถ้าอยากให้หันมา..ก็ลองตายดูสิ..
......
“ ผมขอนัดวันเสาร์นะ ทำตัวให้ว่างด้วย ” เขากำชับ ดูเป็นคนที่เด็ดขาดในการห่วงใยเรื่องของคนอื่น แต่ก็แอบแฝงไปด้วยความนุ่มนวลด้วยรอยยิ้มของคนเป็นหมอ
ซายูริก้มหัวขอบคุณคนที่คอยให้กำลังใจเสมอมาก่อนจะออกจากห้อง ดวงตาสีนิลมองตามแผ่นหลังเล็กที่มีใครสักคนยืนเคียงข้างและประคองออกไป
..ที่ตรงนั้น..เป็นแค่ความฝัน..
..อาศัยแค่ยามหลับ..คิดเอาเองว่ามีโอกาสได้ดูแล..
..แม้ความจริงจะตอกย้ำว่าไม่มีสิทธิ์เลย..
เสียงนาฬิกาเดินถึงเวลาเที่ยงตรง พอดีกับที่มีโทรศัพท์เข้าจากคุณสัตวแพทย์ตัวเล็ก เขายิ้มออกมานิดหนึ่งที่อายะจังห่วงใยเรื่องของเพื่อนเกินใคร
“ ไม่ต้องห่วงแล้วล่ะ ซายุเขาปวดหัวก็เลยต้องมา ”
‘ ถ้าอาการดีก็คงไม่ยอมมาตามนัดใช่มั้ยล่ะครับ ’ ปลายสายโวยวาย ถอนใจหลายหนกับนิสัยไม่ห่วงตัวเองของซายูริ
‘ อยากรู้ชะมัดว่าเอาเวลาไปทำอะไร รู้งี้นะลากตัวมาตั้งแต่วันนั้นก็ดี ’
โฮโจหัวเราะ แซวว่ามัวแต่ฉีดยากันเห็บให้น้องหมาที่ร้านล่ะสิ
“ ถึงจะไม่สบาย..แต่ผมก็เห็นนะว่าเขาดูมีความสุขขึ้น คงจะเพราะ..ได้แฟนดูแล..”
ทางนั้นเงียบกริบ นิ่งไปนานจนเขาต้องเอ่ยทัก
‘ แฟน? แฟนใครกันครับ ’ อายะร้องถามอย่างสงสัย
ชายหนุ่มมองเวลาพักเที่ยงแล้วจึงถอดเสื้อกาวน์ออก เก็บของบนโต๊ะ ออกมาด้านนอกเพื่อบอกพยาบาลประจำเคาน์เตอร์ว่าวันนี้เขาขอลาครึ่งวันตามที่ส่งใบบอกเอาไว้
“ แฟนซายุจัง..แต่ผมไม่รู้หรอกว่าใคร ” เขากรอกเสียงไปตามสาย ล้วงกุญแจรถขึ้นมากดเปิดล็อคออดี้สีบรอนซ์ที่จอดอยู่ในลาน
“ เอาเป็นว่า..เที่ยงนี้มาพักกลางวันกับผมมั้ย ”
......
ร่างสูงในชุดสูทพิงพนักโซฟาในโรงแรมชั้นหนึ่งอย่างสบายๆ นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองการเซ็นสัญญาขายหุ้นส่วนของทาซึดะกรุ๊ป
“ เรียบร้อย..” ฝ่ายนั้นยื่นเอกสารส่งคืนให้ก่อนจะรับเช็คเงินสดที่ฮิราสึกะ เรียวเฮเป็นคนเสนอว่าจะจ่ายทันทีอย่างไม่มีข้อแม้
เรียวเฮดูรายละเอียดและการลงชื่อในตอนท้ายของข้อความที่แสดงว่าบุคคลตรงหน้าได้ทำการขายหลักทรัพย์ร้อยละยี่สิบที่เพิ่งจะซื้อมาจากทาซึดะ โทอิได้ไม่ทันข้ามสัปดาห์ ตัวเลขจำนวนมหาศาลในเช็คที่ยื่นมาแลกกับหุ้นจำนวนเล็กน้อยในบริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งทำให้มีการบอกขายอย่างไม่ลังเลเมื่อทำการเทียบผลประโยชน์ดูแล้ว
“ ตอนผมซื้อ..จ่ายแค่แปดหลัก..นี่คุณให้ราคาสองเท่า ไม่ตกลงก็คงโง่ ไอ้เรื่องที่ว่าทำไมอยากได้นักหนาผมก็คงไม่อยากเอาตัวเข้าไปสอดด้วยหรอก ”
“ นั่นเป็นมารยาทของนักธุรกิจไงครับ..ซื้อมาก็ขายไป ” ชายหนุ่มยื่นมือไปจับกับคนตรงข้ามแทนคำขอบคุณที่ทำให้ทุกเรื่องง่ายดายขึ้น
“ ขอตัวนะครับ..ถ้ามีโอกาสคงได้ร่วมลงทุนกัน ” บอกไว้ก่อนจะลุกขึ้นจากล็อบบี้ที่รับแขก
เรียวเฮสั่งลูกน้องคนสนิทให้ดำเนินเรื่องให้เรียบร้อยแล้วจัดแจงปั่นราคาในตลาดให้สูงที่สุดและเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ไม่ว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่ก็ตาม เพราะไม่ว่าจะยังไง เพื่อนสนิทของเขาก็สามารถยกฐานะของบริษัทให้ขึ้นมาเท่าเดิมได้อย่างที่ไม่ต้องพยายามอะไรมากมาย เงินลงทุนทุกอย่างจะไม่สูญเปล่าถ้าให้ซาวามุระ จุนจัดการตามแผน
“ เอาให้ไอ้แก่นั่นมันปฏิเสธการขายของเราไม่ได้เลย ”
......
อายะมองคนตรงหน้าเปิดเมนูดูรายการของหวานตอนท้ายอย่างเพลินตา ทุกอิริยาบถของคุณหมอใจดีฝังอยู่ในใจตลอดเวลาที่ได้ใกล้กัน ปฏิเสธได้สักคำที่ไหนว่าเขาไม่รู้สึกอะไรกับคาซึมะ โฮโจ
ตั้งแต่ตอนที่คุณหมอเปิดประตูร้านเข้ามาครั้งแรก ยิ้มให้ด้วยความอ่อนโยน ความใจเย็นที่เป็นคุณสมบัติส่วนตัวของคนๆนั้นก็ดึงให้หัวใจดวงนี้เต้นแรงขึ้นหลังจากที่มันหยุดลงมานานเกิน
คุณหมอเป็นคนรักสัตว์ ทุกเช้าจะแวะมาฝากเจ้าแมวเปอร์เซียตัวอวบอ้วนขนพองไว้ที่ร้านแล้วไปทำงาน พอตกเย็นก็มารับกลับ รู้จักกันมานานร่วมปีจนกระทั่งความบังเอิญทำให้หมอได้เป็นเจ้าของไข้ของซายูริ
..และตั้งแต่ตอนนั้น..ดวงตาที่แสนอบอุ่นก็มองแต่เงาของเพื่อนรักเขา..
..คนที่ได้แต่หวังไว้ในใจก็มีแค่เพียงความอ้างว้างตามลำพัง..
..ไม่ใช่เรื่องหนักหนากับการแอบรัก..
..ถ้าคนที่เรารักถึงสองคนได้มีความสุขร่วมกัน..มันก็น่ายินดี..
..แต่ทำไมตอนนี้..จู่ๆถึงได้มีคนรักของซายุปรากฏตัวเข้ามา..
..คนๆนั้นคือใคร..
“ อายะสั่งรึยัง ” ชายหนุ่มให้อีกฝ่ายเลือกก่อนเป็นการให้เกียรติแขก
“ อ..อ๋อ..” อายะหน้าแดง รู้ตัวว่าเผลอจ้องหน้าคุณหมอนานเกินไปก็เลยแก้เก้อด้วยการจิ้มนิ้วส่งเดชไปที่เมนูอันแรกเท่าที่จะมองทัน
“ ชอบเหมือนกันเลย ” โฮโจยิ้ม บอกไปว่าเป็นสองที่ ทำเอาคนที่เหลือหน้าร้อนผ่าว
ร่างเล็กเสมองไปนอกหน้าต่างห้องอาหารในโรงแรมห้าดาวที่คนตรงข้ามเป็นฝ่ายชวนมา หัวใจเต้นแรงจนน่าหวั่นว่าเขาคงตกหลุมรักคุณหมอคาซึมะมากเกินควรแล้ว
..อยากจะเริ่มต้นใหม่..ถ้าใครคนที่รักมีใจตรงกัน..
..แต่คิดเท่านั้น..อย่าให้เกินขอบเขตของเพื่อนเลย..อายะ..
“ ว่าแต่..” โฮโจเอ่ยปากก่อน
“ ซายุจังตอนเด็กเป็นยังไงบ้างครับ ” เขาดูเก้อเขินเล็กน้อยที่เป็นฝ่ายเปิดประเด็นเรื่องนี้ เพราะเท่าที่ดูก็เห็นว่าอายะรู้เรื่องความในใจของเขาดี ซ้ำยังมีทีท่าสนับสนุนด้วยการชอบยุเพื่อนตัวเองให้ออกไปเปิดหูเปิดตากับเขาบ้าง
อายะนิ่งไปนิดก่อนจะยิ้มออกมาด้วยหัวใจที่ถูกเสียดแทงไปด้วยมีดแหลม
..ยากเหมือนกันนะ..ที่จะบังคับไม่ให้คิดอะไรเลย..
“ เขาขี้อายครับ แต่ก็เป็นเจ้าหญิงของระดับชั้นนั้นเลย ” รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นเมื่อหวนนึกถึงวันเก่าๆ
“ ทุกคนรักซายุ เพราะนิสัยเขาน่ารักมาก เขาเป็นคนหัวอ่อนแล้วก็ว่าง่าย บางทีก็เชื่ออย่างหมดใจถ้าคิดจะปักใจลงไป ไม่ใช่ว่าตามใครไม่ทันแต่เพราะเรียนรู้ที่จะหัดเชื่ออย่างนั้นมากกว่า ”
คนฟังยิ้มรับ เลื่อนไอศกรีมวานิลลาฟรุ๊ตสลัดที่พนักงานเสิร์ฟยกมาให้อีกฝ่ายก่อน
“ อายะคงรักซายุจังมาก ”
ร่างเล็กบางพยักหน้ารับด้วยความสุข
“ เรารู้จักกันตั้งแต่ยังวิ่งแก้ผ้าอยู่ในสวนหลังบ้านอยู่เลยครับ ผมน่ะกะโปโลก็เลยพาซายุเขาเลอะไปด้วยตอนที่ชวนกันว่ายน้ำในสระ โดนเอ็ดยกใหญ่ ” หัวเราะเบาๆเมื่อนึกถึงตอนนั้น
“ รักเขาเหมือนน้องคนหนึ่ง..ไม่ว่าอะไรก็ทำให้ได้ทั้งนั้น ผมถึงอยากให้เขาหาย อยากจะปกป้องหัวใจของเขา..สำหรับคนที่ผมเห็นว่าดีที่สุด..อย่างหมอ..”
“ เขามีคนอยู่ข้างๆแล้วล่ะ..” โฮโจเงียบไปนิดแล้วจึงฝืนยิ้มออกมา รู้ว่าอายะพยายามแค่ไหนที่จะช่วย
“ ผมอยากจะรู้..” อายะยังว้าวุ่นกับคำว่า ‘แฟน’ ของซายูริ
..นานมากที่ซายุปิดตายหัวใจ..ไม่รักใครอีกตลอดสิบกว่าปีมานี้..
..แล้วเป็นไปได้ยังไงที่จะรักคนที่เขาเองก็ไม่ได้รับรู้..ในเมื่อเราไม่เคยมีความลับต่อกัน..
..หวังไว้แค่ว่าจะไม่ใช่คนที่เคยทำร้ายซายุเอาไว้ในอดีตอย่างร้ายกาจ..
“ เล่าเรื่องอายะบ้างสิ..คงจะแสบน่าดู ” คุณหมอเปลี่ยนเรื่อง แอบหัวเราะกับคราบไอศกรีมรสหวานที่ติดอยู่ตรงเรียวปากนุ่ม
“ กะโปโลจริงๆนั่นแหละ ” เขาเอื้อมมือไปเช็ดออกให้แผ่วเบา
ใบหน้าสวยแดงจัดอย่างหยุดไม่อยู่ รีบยกหลังมือขึ้นปาดมันทิ้งแต่ยิ่งไปทำเอาเลอะเสียยกใหญ่ ดึงให้คนเห็นต้องจัดการให้ด้วยความเอ็นดู
......
..เป็นความบังเอิญที่น่าขำ..หรือไม่ก็เฮงซวยที่สุด..
..สำหรับการที่เขาต้องมาเจอภาพของคนสองคนในห้องอาหารนี่..
เรียวเฮยืนนิ่ง สองขาที่ก้าวเดินหยุดชะงักกับที่ ในหัวพร่าไปหมด เหมือนคนบ้าที่ไปไหนไม่ได้ ถูกคำว่า ‘หึงและหวง’ ติดตรึงร่างกายให้อยู่ที่เดิม จ้องมองภาพทุกอย่างด้วยความเสียใจ
..เราเป็นอะไรกัน..อายะ..
..เราเคยเป็นอะไรกัน..
..ใครที่เคยบอกรักฉัน..ถึงมันจะนานจนนายลืมเลือน..
..ใครที่เคยปล่อยให้ฉันกอดจนรุ่งเช้า..ถึงมันจะเป็นแค่ความเมามาย..
......
..อย่าฝัน..ถ้าจะไปจากกัน..
......
“ จะเรียกว่าเปิ่นก็ไม่เชิงนะอายะเนี่ย..หรือต้องเรียกว่าซุ่มซ่ามน้อยๆแต่น่ารักดีล่ะ ” เขาหยอกโดยที่ไม่ได้คิดอะไรแต่ก็ไปทำให้หัวใจคนได้ยินหวั่นไหวง่ายดาย
อายะก้มหน้านิ่ง ใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาข้างนอก
..รัก..รัก..รัก..
..รักเกินไป..
..รักจนจะเก็บไม่อยู่แล้ว..
“ หมอครับ..” เสียงหวานสั่นไหว เรียกอีกฝ่ายขึ้นมากะทันหัน
“ ครับ? ” ร่างสูงมองหน้าคนที่อึกอักเหมือนมีอะไรจะพูด
“ ผม..” เงยหน้าขึ้นมอง หายใจเข้าลึกเหมือนรวบรวมความกล้า
..บอกเลย..บอกไปสิ..
..ให้เขาปฏิเสธ..มันจะได้จบกัน..
“ ผม..”
โฮโจเลิกคิ้วอย่างขำขัน
“ อายะทำไม..”
อีกคนตัดสินใจเด็ดขาด อยากจะจบความรู้สึกที่แสนทรมานตรงนี้ให้มันหมดไป ฝ่ามือเล็กกำแน่นเข้าหากันจนขึ้นรอยแดง
“ ผม..ร..”
......
“ บังเอิญจังนะหมอ..” เสียงทุ้มต่ำแทรกเข้ามากะทันหัน
คนทั้งคู่หันไปมองบุคคลที่แทรกเข้ามากลางคัน โฮโจได้แต่ยิ้มรับผิดกับอีกหนึ่งที่เบิกตากว้างเหมือนจะตกใจเสียเต็มประดา
“ ไง..อายะ ” เรียวเฮกระชับสูทเข้าหากันแล้วลากเก้าอี้ตัวที่ติดกับน้องมานั่ง ถือวิสาสะใกล้กับคนที่หลงรักโดยไม่รั้งรอคำอนุญาต
“ สวัสดีครับคุณฮิราสึกะ..มาทำธุระที่นี่เหรอครับ ” คุณหมอรูปหล่อทักทายท่าทางเป็นกันเองแล้วเรียกพนักงานมาเก็บโต๊ะให้เรียบร้อย
“ มาเซ็นสัญญาซื้อหุ้น ไม่คิดว่าจะบังเอิญจนน่าแปลก เขาเรียกว่าโชคชะตาใช่มั้ย..อายะ ” เขาเกลี่ยปอยผมสีอ่อนของคนข้างกาย ไม่สนกับท่าทีโกรธเคืองที่ส่งผ่านมาทางแววตา
..ใช่..อายะไม่กล้าโวยวาย..
..ความลับคืนนั้นยังอยู่ในใจของพวกเขา..
..พี่น้องที่มีความสัมพันธ์กัน..มันน่ายินดีชะมัด..
“ หมอรู้จักน้องของผมมานานรึยัง ” เขาถามกลับด้วยคำพูดกึ่งจะคุกคาม สายตาไม่มีความเป็นมิตรแม้แต่น้อยถ้าอีกคนจะไม่โง่จนเกินไป
“ เป็นปีแล้วครับ ” โฮโจยิ้มอีกครั้ง เหมือนรอยยิ้มนั่นมีให้คนทั่วไปด้วยความเต็มใจ
เรียวเฮหัวเราะหึ หันมามองร่างเล็กที่กระเถิบตัวออกห่างแต่ไม่เป็นผลในเมื่อเขายึดพนักเก้าอี้เอาไว้
..เป็นรอยยิ้มที่เขาเกลียด..
..เพราะมันทำให้อายะหลงรัก..หลงรักคนอ่อนโยน..
..คนที่เขาพยายามเป็นมาโดยตลอด..
..ทำทุกอย่าง..แต่อายะไม่มอง..แล้วยังเอาความเกลียดชังในตัวคนอื่นมาลงที่เขา..
..มันไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่มีรักเดียว..
“ แล้วเป็นยังไง ” เขาพูดตรงไปตรงมา สังเกตเห็นใบหน้าสวยที่แดงเรื่อแล้วยิ่งทวีโทสะที่กำลังกดมันลงลึกสุด
“ อายะน่ารักครับ ใจดี..แล้วก็ชอบสัตว์มากจริงๆ อยู่ใกล้แล้วก็สบายใจ ถ้าใครได้เป็นแฟนด้วยก็คงโชคดีมาก อ้อ..เขาแอบเป็นคนขี้อายเล็กๆด้วย ” โฮโจหัวเราะ แหย่คนตรงข้ามไปว่าเขาพูดจากใจเมื่อเห็นเจ้าตัวหน้าแดง
ฝ่ามือใหญ่กำแน่น ขบกรามจนเป็นสันนูนกับทุกอย่างที่ได้ยิน
“ นั่นสินะ..น่ารัก ใจดี ขี้อายบางครั้ง แต่ถ้าให้กินเหล้า..” เขาปรายตามองคนด้านข้างที่หันขวับมามองอย่างตกใจ
“ ถ้าให้กินเหล้า? ” คนฟังเลิกคิ้วขึ้น ท่าทางสงสัย
“ ผมคออ่อนน่ะครับ ” อายะโพล่งขึ้น ตัวสั่นไปหมดจนคิดว่าคงทนไม่ไหวอีกต่อไป หยดน้ำตาคลอเบ้าจนกลัวว่ามันคงไหลลงมาไม่ช้า
เรียวเฮเห็นแล้วก็ได้แต่สะใจ เขาลุกขึ้นยืนและขอตัวกลับแต่ยังไม่วายหันมาพูดกับน้องสุดที่รัก
“ ว่างๆก็ไปค้างอย่างเคยสิ..เตียงฉัน..กว้างพอ ”
อายะตกตะลึงกับประโยคที่ออกมาจากปากของคนที่เคยใจเย็น ในหัวขาวโพลนกับภาพเก่าในคืนงานเลี้ยง เสียงครวญครางและการขยับกายที่เขาเป็นคนเริ่มมันยังฝังใจ แรงกระแทก เสียงผิวกายเสียดสี คำบอกรัก ไฟร้อนรุ่มที่หลั่งไหลเข้ามาในร่าง กับน้ำหนักที่กดทับลงมา
..อยากจะลืมทั้งหมด..
..แต่ทำไมกัน..
“ อายะ..” เสียงนุ่มนวลเรียกเข้ามาดึงสติที่กำลังพร่ามัว
“ เป็นอะไรรึเปล่า หน้าซีดเชียว ” โฮโจโบกมือไปมาอยู่ด้านหน้า เย้าแหย่ตามนิสัยส่วนตัว
ร่างบอบบางสั่นหัว ฝืนยิ้มอีกครั้งเมื่อตั้งตัวได้
“ กำลังนึกว่าเย็นนี้อาหารเม็ดของแมวคงขึ้นราคาอีกแล้วน่ะครับ ” เสียงใสพูดแหยๆ เลี่ยงความในใจออกไป
..จะไม่มีใครรู้..
..เรื่องที่จะบอกรักเขาก็จะเลิก..
..ไม่ต้องการหวังสักนิดว่าจะมีใครยอมรับ..
“ อ้าว..ผมลาครึ่งวันพอดี ยังไงเราไปด้วยกันดีมั้ย จะได้ช่วยแบกด้วย ” คุณหมออาสาแข็งขัน
“ เอ๋..” อายะกระพริบตาปริบ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะชวน
“ อายะตัวเล็ก แบกของหนักไม่ไหวหรอก ผมจะได้ไปส่งที่บ้าน แล้วอีกอย่าง..ว่าจะซื้อปลอกคอใหม่ให้เจ้าตัวแสบเหมือนกัน ” เขาบอกความต้องการที่ทำให้คนฟังไม่อยากปฏิเสธ
..จริงๆก็อยากจะอยู่ใกล้..
..เป็นโอกาสที่ดีไม่ใช่เหรอ..สำหรับคนที่ไม่อาจจะรักใครได้อีก..
...........................................................................................
เสียงเครื่องยนต์ดับลงหน้าอพาร์ทเมนท์เล็กๆห่างจากร้านสัตวแพทย์มาแค่ไม่กี่ช่วงถนน นาฬิกาในรถบอกเวลาสี่ทุ่มกว่าสำหรับการไปหอบเอาอาหารสัตว์ที่ร้านขายส่งแล้วเอาไปเก็บไว้ในห้องเก็บของที่ร้านจนกระทั่งเลยมาถึงที่พักคุณหมอของเจ้าพวกตัวเล็ก
ร่างสูงเอื้อมมือมาเปิดล็อคให้ ใกล้กันจนได้กลิ่นน้ำหอมตรงปกเสื้อที่ทำเอาใจใครหวั่นไหว
“ ให้ผมไปส่งที่ห้องดีกว่ามั้ย ” โฮโจถามขึ้นหลังดูเวลาแล้วว่าอาจจะดึกเกินไปกับคนเรี่ยวแรงน้อยนิดที่อยู่ในอพาร์ทเมนท์เก่าเพียงคนเดียว
อายะหัวเราะ ส่ายหัวปฏิเสธก่อนจะลงจากรถ
“ ใครเขาจะมาทำอะไรผมล่ะหมอ ”
คนได้ยินเขินขึ้นมาเล็กน้อย พยักหน้าบอกให้อีกฝ่ายขึ้นห้องไปได้แล้ว
“ ขับรถดีๆนะครับ ” รอยยิ้มน่ารักส่งให้คนที่เลี้ยวรถออกไปทางถนนใหญ่ มือเล็กโบกลาด้วยความสุขเต็มหัวใจแล้วจึงหันหลังกลับจะเข้าไปในล็อบบี้ที่ยังเปิดแสงไฟอยู่บ้าง
ยามเฝ้าตึกนั่งสัปหงกอยู่ด้านนอกพอๆกับคนเฝ้าตรงเคาน์เตอร์ที่คงหลบไปนอนดูทีวีตรงพื้นด้านล่าง
“ ง่วงชะมัด ” พึมพำพลางล้วงมือลงไปหยิบกุญแจห้องในกระเป๋าใบน้อยออกมาตอนที่จะก้าวขึ้นบันได
......
“ สมใจเลยมั้ย..” เสียงแข็งกระด้างพูดขึ้นมากลางความเงียบ อยู่ชิดแค่ใบหูจนร่างเล็กสะดุ้งเฮือก
อายะหันกลับไปมองด้วยความตกใจ ดวงตาสีอ่อนชะงักงันกับคนที่มาถึงที่พัก
“ นาย! ”
ไวเท่าความคิด..สองขาก้าวผงะถอยห่างในทันทีหากอีกคนกลับไวกว่า อุ้งมือแข็งคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนบางแล้วกระชากจนทั้งร่างปลิวมาปะทะกับอก ฝ่ามืออีกข้างปิดปากที่กำลังจะโวยวายออกมาได้ทัน
“ อื้อ..” เสียงร้องอื้ออึงในลำคอดังผะแผ่วแม้เจ้าตัวจะพยายามตะโกน
แรงน้อยๆดิ้นรนขัดขืนแต่กลับสู้คนที่ตัวสูงกว่าไม่ได้ เพียงแค่ฉุดนิดเดียว ทั้งตัวก็ถูกลากให้ตามไปยังลานจอดรถด้านหลังที่ไร้ผู้คน
“ ถ้าคิดจะทำให้เรื่องนั้นมันจบก็อย่าหวังเลย ” เรียวเฮกระชากประตูรถเปิดออก ตวัดร่างเพรียวบางเข้ามาแล้วโยนลงไปกับเบาะด้านหน้า
“ ชั่ว!..ไอ้คนสารเลว!! ” อายะสบถออกมา ดิ้นพล่านจะเอาตัวให้หลุดจากแรงกดที่หัวไหล่
ชายหนุ่มดึงเบล์ทออกมาคาดเอาไว้แน่น ปิดประตูรถดังโครมใหญ่แล้ววิ่งอ้อมมาทางฝั่งคนขับ
เพี๊ยะ!!
ชั่ววินาทีที่เข้ามาด้านใน ฝ่ามือบางก็กลับต้อนรับด้วยการสะบัดตบเข้าเต็มแรงจนใบหน้าหล่อเหลาหันไปด้านข้าง เล็บคมข่วนลงบนแก้มฝ่ายนั้นจนเลือดซิบ
“ ปล่อยฉันลงนะ! ” อายะพยายามกระแทกประตูรถด้านข้างเต็มแรงแต่ไม่เป็นผล
“ หึ..” เรียวเฮหัวเราะในลำคอ ยกหลังมือขึ้นปาดเลือดทิ้ง
“ คนเฮงซวย! บอกให้ปล่อยฉันลง!! ”
มือแกร่งคว้าเข้าตรงไหล่เล็กแล้วออกแรงบีบเค้นจนอีกคนร้องออกมาด้วยความเจ็บ นัยน์ตาคมกริบดูดุดันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต
“ ถ้าฉลาดนักก็นั่งเฉยๆ ไม่งั้นไอ้หมอสุดที่รักของนายได้รู้แน่ว่าใครที่มันร้องครวญครางใต้ร่างฉันตอนนั้น! ”
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจที่สุด ใบหน้าซีดลงเห็นได้ชัดว่าถูกจี้จุดอ่อนจนดิ้นไม่หลุด
เขาเข้าเกียร์รถคันหรูแล้วเหยียบคันเร่งออกไปจนมิด เสียงล้อรถบดถนนดังก้องไปในความมืดตามความร้อนรุ่มของหัวใจที่กำลังถูกไฟแผดเผา
“ จ..จะพาไปไหน ” อายะขยับตัวจนชิดประตูด้านริม นัยน์ตาไหวระริกด้วยความระแวง
“ ไปไหนเหรอ?..ก็พาไปทบทวนความหลังน่ะสิ..คุณภรรยาคืนเดียว..”
......
“ โอ๊ย! ” เสียงร้องหลุดออกมาจากเรียวปากสีสดทันทีที่ทั้งตัวถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับผนังแข็งด้านหลัง
แรงปะทะเมื่อครู่ทำเอาร่างบอบบางถึงกับเซลงไปกอง ดวงตาพร่าเลือนไปด้วยหยดน้ำใสที่ไหลพรากลงไปเพราะความเจ็บใจ
เสียงกดล็อคประตูภายในห้องสูทกว้างขวางดังแว่วเข้ามา ระบบปิดอัตโนมัติที่ไม่ใช่แค่เดินเข้าไปถอดกลอนแล้วก็จะออกไปได้ง่ายดายทำให้ร่างของใครบางคนสั่นเทาขึ้นมาด้วยความอ่อนแอ เงาที่ทาบลงมาบนพื้นไม้ขัดวาววับเป็นใครอีกหนึ่งที่กำลังคลายเนคไทออกไปอย่างใจเย็น
อายะกุมข้อมือที่ถูกบีบเค้นจนมันแทบหัก รอยจ้ำสีแดงเป็นแนวนิ้วมีทั่วแขนจนไม่อยากจะคิดต่อไปว่าความป่าเถื่อนนี่เป็นสิ่งที่เขากำลังเผชิญ
เรียวเฮเดินเข้ามาใกล้ ก้มตัวลงชิดแล้วเชยคางมนขึ้นปาดน้ำตาให้แผ่วเบา แต่ใบหน้าคมคายที่นิ่งเย็นกำลังบ่งบอกถึงอารมณ์ที่มันกดดันจนล้นปรี่ขึ้นมา
“ บอกเหตุผลดีๆมาซิว่าทำไมถึงคิดจะรักมัน ” เขาปลดกระดุมเสื้อตัวเองเชื่องช้า สายตาไม่ได้ละออกไปจากใบหน้าที่มีแต่คราบความเสียใจนั่นเลย
“ ทั้งที่ฉันอยู่ตรงนี้..ทั้งที่ฉันรัก..แล้วก็ได้เป็น..คนแรกของนาย ”
“ เราตกลงกันแล้วว่าจะลืม ” อายะตะโกนใส่ ปัดป้องมือที่เอื้อมเข้ามาแตะตัวกันให้ออกห่างอย่างนึกรังเกียจ
ร่างใหญ่ข่มไฟร้อนเร่าที่เดือดพล่านในจิตใจ
..ลืม?..
..ฉันไม่เคยลืมแม้สักคืน..
“ แน่ใจเหรอว่าลืมได้ลง..นายลืมคืนที่ตัวเองร้องครวญครางเหมือนอีตัวตอนฉันใส่เข้าไปได้งั้นเหรอ!! ”
เพี๊ยะ!!
มือเล็กกระทบเข้าเต็มแรงกับแก้มซีกซ้ายของอีกฝ่าย ดวงตามีแววแค้นเคืองกับคำปรามาสที่ตอกหน้าเอาไว้อย่างเจ็บแสบ
“ ไปตายซะ! อ..อื้อ..”
ปากอิ่มที่ขยับร้องถูกบีบแน่น มือหยาบกระด้างในความคิดฉีกทึ้งเสื้อตัวบางที่ใส่จนมันขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี ความบ้าคลั่งของคนตรงหน้าเร่งร้อนเหมือนพายุร้ายที่เกรี้ยวกราด รุนแรงเอาแต่ใจยิ่งกว่าสิ่งใด
“ ฉันไม่ตายคนเดียวหรอก..ลองลงนรกเป็นเพื่อนกันดูหน่อยเป็นไร..” เรียวเฮคว้าตัวเบาหวิวขึ้นมาจากพื้นก่อนจะโยนลงไปกองกับเตียงตรงกลางห้อง
แรงกระแทกที่ท้องน้อยเล่นเอาอีกคนจุกจนตัวงอ ดวงตาพร่ามัวไปกับความเจ็บที่แล่นพล่านเข้ามายามกางเกงที่สวมอยู่ถูกลากออกไป เข็มขัดหนังเส้นยาวตวัดเข้ามา จัดการรั้งข้อมือบวมช้ำทั้งสองข้างไปด้านหลัง ผูกเกี่ยวกันไว้ก่อนที่จะผลักร่างนุ่มนิ่มลงไปแนบเตียง
น้ำหนักตัวที่กดทับลงบนแขนที่ถูกจับไพล่หลังทำให้เจ้าตัวร้องไห้ออกมาอย่างหยุดไม่อยู่ด้วยความเจ็บร้าวไปทั่วทั้งหัวไหล่
“ บังคับฉันเองนะอายะ..ถ้านายอยู่เฉยๆมันก็หมดเรื่อง ฉันยินดีจะมองนายคนเดียวไปชั่วชีวิต ” เขากระซิบข้างใบหูขาว ลากลิ้นเลียริมฝีปากนุ่มตรงด้านนอกก่อนจะสอดเข้าไปข้างใน กวัดกวาดรุนแรงไปทั่วทุกที่ให้อีกคนพลิกหนีจนเหมือนไปสนอง
อายะขบฟันลงมาบนเรียวลิ้นอุ่นที่พยายามจาบจ้วงเต็มแรง ดีแต่ที่อีกฝ่ายไหวตัวทัน แววตาร้อนแรงมองตรงมาที่คนข้างล่างอย่างโมโห
“ เพราะนายมันร้าย..คุณหนูที่แสนจะเอาแต่ใจของพ่อ รู้บ้างมั้ยว่าคนที่นายเกลียดเขาจนไม่แม้แต่จะไปงานฝังศพรักนายแค่ไหน! ”
“ หุบปาก!! ฉันเกลียด..เกลียดทุกคน ทั้งพ่อนาย ทั้งแม่นาย ไอ้คนชั่วช้าพวกนั้น !! ” ยังต่อว่าแม้จะเจ็บไปทั่วทั้งตัวจนแทบขาดใจก็ตาม
“ อายะ!! ” เรียวเฮตะคอกใส่
“ เกลียด..อือ..” ปากร้อนผ่าวทาบกลับเข้ามาใหม่ มือแข็งกร้าวบีบคางมนจนเป็นรอยช้ำ บังคับให้รับรอยจูบรุนแรงเข้าไปในโพรงปาก
“ อึก..” เสี้ยวหน้าหวานสะบัดออกห่างแต่มือใหญ่จับตรึงเอาไว้
ส่วนล่างที่ทาบทับอยู่บนเรียวขาขาวนวลเสียดสีกับผิวกายจนมันคับแน่น เรียวเฮผลักข้อเท้านุ่มขึ้นสูงแล้วแทรกตัวเข้ากึ่งกลาง ปากตวัดลงกัดยอดอกสีสด กลืนหายเข้าไป ดูดดุนแรงเข้าจนเป็นเสียงน่าอายให้อีกคนพลิกตัวหนี
อายะกระชากมือให้หลุดจากปราการด้านหลังแต่ยิ่งดิ้นรอยบาดตรงขอบเข็มขัดก็กลับแทรกลงตรงผิวเนื้อจนเลือดสีสดไหลริน เสียงหวานตะโกนร้องให้คนช่วยอย่างหวาดกลัวเมื่อคนด้านบนขยับร่างเปล่าเปลือยลงมาแนบ
“ ร้องไปสิ..เรื่องของผัวๆเมียๆใครจะมายุ่ง ” เขาย้ำอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า
มือกร้านจับลงบนส่วนอ่อนไหวของอีกฝ่าย ขยับมันขึ้นลงจนคนที่ไม่ยินยอมครางออกมาด้วยความเผลอไผล ใบหน้าแดงก่ำไปด้วยความทรมานต่อร่างกายที่พาลทรยศความคิดขัดขืน สะโพกมนหยัดขึ้นรับแรงรูดเข้าออก ริมฝีปากเม้มแน่นกันเสียงที่เผลอร้องออกมาทุกคราวกับการเร่งมือ
“ อือ..” อายะกัดปากตัวเองจนแดงก่ำ เท้าจิกเกร็งกับผ้าปูที่นอนเมื่อความอดทนพังครืนออกมาเป็นหยดสีขาวใส หอบหายใจรุนแรงไปกับความเสียวซ่านที่ปะทุเข้ามาเต็มอก
“ อ..ย่า ” ขอร้องเสียงพร่าเมื่อรับรู้ถึงนิ้วยาวที่ปาดเอาของเหลวด้านล่างมาป้ายลงบนร่องสะโพก ไอร้อนรุ่มจากบางอย่างที่พองโตจดจ่ออยู่ตรงด้านหลัง โลมไล้ให้ชุ่มไปด้วยของเหนียวข้นที่เพิ่งถูกปลดปล่อย
“ ก่อนที่นายจะไปนอนกับคนอื่น ไอ้ชั่วอย่างฉันมันก็ต้องชิงตัวมาก่อน ถูกมั้ยล่ะ..” เรียวเฮสอดแขนเข้าไปใต้ราวเอว รั้งร่างอ่อนปวกเปียกขึ้นสูงแล้วแยกทางรักที่คับแคบให้กว้างขึ้น
นิ้วแข็งสวนเข้าไปด้านในที่เดียวจนสุด เรียกเสียงร้องด้วยความเจ็บของใครอีกคนที่พลิกหน้าลงซบหมอน ฟันขาวขบกันเพื่อระบายความปวดหนักหน่วง ช่องท้องเต้นตุบเหมือนทุกอย่างกำลังท่วมทลายเข้าหา
เขาขยับนิ้วเข้าออก เพิ่มมันมากขึ้นด้วยความใจร้อนก่อนที่จะหมดความอดกลั้น กระชากมันออกมา จับส่วนใหญ่โตที่อึดอัดแทบบ้าตรงทางร้อนจัดแล้วสอดเข้าไปกะทันหัน พยายามเข้าได้แค่ส่วนปลายก็กลับคับแน่นอยู่แค่นั้น สะโพกแกร่งยันตัวออกแล้วกระแทกกลับเข้าไปใหม่ ไม่รั้งรอว่าจะทำให้ใครเจ็บจนแทบขาดใจตาย
เสียงหวีดร้องดังขึ้นก้องห้องกว้างไปกับการโหมแรงเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง สัมผัสร้อนระอุยิ่งกว่ากองเพลิง นุ่มนวล ขยับรัดรึง กลืนกินเข้าไปจนสุดไม่หยุดหย่อน ฝังแน่นไปด้วยความรักที่มีให้จนคนทำครางออกมาเต็มเสียง
ใบหน้าหล่อเหลาแหงนเงยขึ้นตอนที่รับรู้ถึงความสุขมากมายในทางรักของคนที่ตัวเองหลงใหลมานาน เฝ้าคิดเฝ้าฝัน หาคนอื่นเป็นตัวแทนแต่ก็ได้แค่นั้น ไม่เคยเต็มอิ่มเลยสักหน
“ อาา..อ๊าาา..” เสียงครางหวานเร้าไฟอารมณ์ให้คุโชน
ทุกครั้งที่สอดใส่เข้าลึกจนร่างข้างใต้สั่นคลอน เสียงครวญครางก็ดังขึ้นทบเท่า จะด้วยเบื้องลึกของหัวใจหรือด้วยความเจ็บรวดร้าว คนที่รักมานานก็ไม่ได้คิดสน รู้แต่เพียงว่าตอนนี้คนที่ทำให้อายะบิดเร่า วาบหวามไปถึงใจก็มีแต่เขาคนเดียว
..ต้องไม่มีคนอื่น..ไม่เป็นคนอื่น..
แขนแกร่งสอดเข้าใต้ขาขาวทั้งสองข้าง รั้งมันขึ้นมาแนบเอวขณะที่ส่วนล่างยังขยับหนักหน่วง ตักตวงทุกความต้องการเหมือนคนบ้ารักที่อยากจะฝังร่างไม่รู้อิ่ม เขาขยับตัวถี่รัว ปรายตามองใบหน้าสวยที่แดงจัด เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาเป็นทางยาว เรือนผมสีอ่อนพันยุ่งเหยิงอยู่บนหมอนนุ่มทุกคราวที่ตัวไหวคลอน
“ อือ..อายะ..” เสียงครางทุ้มต่ำดังในลำคอ
“ จ..เจ็บ..” อายะร้องสุดเสียง ร้องไห้จนเหมือนน้ำตาจะเป็นสายเลือดเมื่อน้ำหนักทั้งหมดทาบลงมาบนตัว ทับลงกับแขนที่ถูกผูกแน่นอยู่ข้างหลัง แต่แรงปวดจนระบมไปทั่วตัวก็ยังไม่เท่าความเจ็บจากบางอย่างที่สอดกระแทกเข้ามาในร่างเหมือนจะย้ำว่าไม่มีส่วนไหนเลยที่เป็นของเขา
“ ฉันรัก..อายะ..รักนาย..” เรียวเฮเพ้อขึ้น กระซิบข้างหูของอีกฝ่ายตอนที่หลอมร่างลงไปเป็นหนึ่งเดียว สวนเข้าไปลึกสุด ถอนออกแล้วขยับรุกเข้าไปใหม่ กดไหล่บางลงราบกับพื้นเตียงแต่รั้งให้ขาพาดสูงบนบ่า
“ อ๊าา..อ..ออกไป! ” ร่างเล็กพลิกตัวดิ้นรนกับแรงเสียดแทงที่ดูเหมือนจะแยกร่างออกเป็นสองส่วน
“ รัก..”
“ อึก..ไม่..ขอร้อง..” แก้มเนียนซุกลงกับหมอนที่ลื่นไปด้านข้าง ครวญครางเสียงดังกับการขยับที่แรงขึ้น เร็วขึ้น เจ็บเสียดไปทั้งกายจนรู้สึกถึงรอยเปียกชื้นของเลือดที่มันไหลริน
ส่วนแข็งขืนผลุบเข้าออกภายใน ย้อนกลับเข้าไปใหม่เหมือนไม่เคยพอ เสียงผิวกายกระแทกกระทั้นดังระงม เสียงครวญครางไม่ขาดปาก แรงหอบหายใจ ร่างเสียดสีกันจนทั่วตัวร้อนระอุ
เรียวเฮสบถในลำคอกับความร้อนจัดของทางนุ่มนิ่ม มันตอดรัดของเขาเหมือนจะดูดกลืนเข้าไปทั้งตัว ความคับแคบย้ำไว้ตลอดเวลาว่าอายะไม่ได้นอนกับใครอีกหลังจากคราวนั้น
“ เรียกชื่อฉัน..อายะ ” เขาร้อง คร่อมแขนเหนือร่างบอบบางที่ดิ้นพล่านใต้ตัว
“ ไม่!..”
“ เดี๋ยวนี้! ” ชายหนุ่มกระแทกกายหนักหน่วง ส่วนปลายเสียดโดนจุดซ่านเสียวด้านในจนอีกฝ่ายหวีดร้อง
“ ฮึก..ฮืออ..ไม่เอา..” กระถดตัวหนีแต่มือกร้านจับสะโพกไว้แน่น ลงโทษซ้ำวนด้วยการสอดใส่เข้าไปอีกจนลึกกว่าเดิม ทำเอาทั้งร่างร้อนวาบ
“ ฉันสั่ง!!..อายะ..เรียกชื่อฉัน ” เขาตะคอก กดมือลงบนหัวไหล่ขาวนวลเต็มแรง ขยับตัวแรงเข้าเมื่อใกล้ถึงจุดสิ้นสุดของอารมณ์
“ อึก..อื้อ..”
“ อายะ!..”
ร่างเล็กสะท้านไหว ร้องครางเมื่ออีกฝ่ายกระชากเข็มขัดที่มัดมือออก แขนเรียวทั้งสองข้างผวาเฮือกเข้ากอดบ่ากว้าง จิกเล็บลงไปเต็มแผ่นหลังกับความพร่ามัวของหัวใจ
..ร้องเรียกแต่ชื่อของคาซึมะ โฮโจ..
..แค่ในใจเท่านั้น..จะไม่ให้ใครรับรู้เลย..
“ อ๊าาา..เรียว..” เสียงหวานกรีดขึ้นใกล้กัน ร่างกระตุกเกร็งกับความปรารถนาที่หลั่งไหลออกมาอีกครั้ง
เรียวเฮครางสุดเสียง วาบไปทั่วทั้งร่างเมื่อใส่เข้ามาจนสุดทาง ความอึดอัดที่จดจ่ออยู่ท่วมทะลักเข้าไปด้านใน กระแสอุ่นร้อนพุ่งเป็นทางยาวจนเอ่อล้นออกมาด้านนอก ย้อมคราบเลือดเจือจางไปบนผ้าปูนุ่ม
ขาขาวทรุดฮวบลงข้างเตียง ส่วนแข็งกร้านที่ยังฝังในร่างขยับเข้าออกอีกหลายหนจนพอใจ ทั้งตัวของคนด้านบนก็ทาบทับลงมา ทิ้งน้ำหนักบนร่างกายที่บอบช้ำอย่างหนัก
ริมฝีปากร้อนผ่าวระดมจูบหลายต่อหลายหนที่ซอกคอหอมกรุ่น ไล้ลิ้นเลียความหวานของกลิ่นกายที่โหยหามาตลอดหลายปี
..รัก..รัก..รัก..
..รักจนทนไม่ไหวอีกต่อไป..
..พร้อมจะประกาศว่าอายะคือเมียของเขา..
..ต่อให้ทุกคนสงสัยในความสัมพันธ์ที่มีคำว่าพี่น้องตราหน้าอยู่ก็ตาม..
อายะร้องไห้เงียบเชียบ มือที่ไร้เรี่ยวแรงดันอกกว้างออกห่างแต่อีกคนรั้งขึ้นมาจูบซับคราบเลือดที่ข้อมือให้ ส่วนที่ยังไม่ถอดถอนเริ่มแข็งขึงขึ้นใหม่ ก่อนที่มันจะขยับเข้าไปด้านในทำให้ทั่วร่างเสียววาบ ดึงออกจนเกือบสุดแล้วสอดกลับ เริ่มใหม่อีกหนยิ่งกว่าคนหิวกระหาย
ดวงตาสีอ่อนลืมโพลงในความมืดสลัวของห้อง เรือนกายโยกขย่มไปตามแรงเสียดสี ผิวนวลเป็นรอยจูบ รอยบีบคั้น ฟังเสียงครึมครางในลำคอของคนบนตัวที่ทอแววพอใจล้นเปี่ยม ฟังเสียงผิวกายที่กระทบกระแทกกันเป็นจังหวะอย่างแสลงหู ฟังเสียงความชุ่มโชกที่หลั่งเข้ามาในตัวเสียดเข้าออก
..นายจะได้แค่นั้น..เรียวเฮ..
..ไม่มีวันได้ไปถึงหัวใจ..คอยดู..
......
นาฬิกาตรงฝาผนังบอกเวลาตีสองกว่า แสงดาวด้านนอกลับหายไปทีละดวงด้วยเงาของพระจันทร์ที่สุกสกาวดูราวจะข่มมันลงไป
ร่างหนักถอนตัวออกมาจากคนด้านใต้ก่อนจะล้มลงนอนเคียงกันอย่างเหนื่อยอ่อน ดวงตาปรายมองคนที่นอนนิ่งไปเหมือนไร้หัวใจ
“ อายะ..” เขาเรียกเสียงนุ่ม รีบคว้าเอวคอดเอาไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะพลิกหนีได้ทัน
“ สาแก่ใจแล้วใช่มั้ย ” เสียงสั่นเครือตัดพ้อขึ้นมา นัยน์ตาแดงก่ำไปด้วยความเจ็บช้ำ
“ สนุกมั้ย..ที่ได้เหยียดคนอย่างฉัน..” ร่างเล็กบางสั่นไหวไปกับหยดน้ำตาที่ไหลพรากลงอาบแก้ม นิ้วเรียวยกขึ้นจับข้อมือที่มีรอยห้อเลือดอย่างรวดร้าว
“ ไม่..” เรียวเฮยันร่างขึ้น สอดแขนเข้าไปกอด ซุกหน้าลงบนต้นคอขาวแล้วจูบบางเบา
“ ทั้งแม่นาย..ทั้งตัวนาย..ดีใจมั้ยที่เห็นแม่กับฉันร้องไห้ ” อายะสะบัดแขนหนี ตบตีลงบนอกแกร่งที่เจ้าของอ้อมกอดนั่นพยายามปลอบประโลมด้วยความรู้สึกผิดกับอารมณ์รุนแรงที่โหมใส่
“ คนแข็งกระด้างอย่างฉัน..นายดีใจที่ทำให้แพ้ได้ ดีใจที่เห็นน้ำตาฉัน..ดีใจที่แม่นายได้เป็นเมียคนเดียวของพ่อ ดีใจที่ตัวเองได้ทุกอย่างไปครอบครอง ถ้าดีใจขนาดนั้นแล้วจะมายุ่งกันทำไม!! ขอฉันรักใครอย่างที่ใจอยากได้มั้ยเรียว! ขอแค่นี้ได้มั้ย!! ” ร้องไห้โฮออกมาด้วยความเก็บกด ไม่เคยจะแสดงอารมณ์อย่างนี้ออกมาตลอดชีวิตที่ผ่าน
..แต่วันนี้มันเกินทน..ทำกันเหมือนเป็นสิ่งของ..
..จะเกลียดแค่ไหนเชียว..ถึงต้องมาตามจองล้างกันไม่จบไม่สิ้น..
เรียวเฮรวบร่างบอบบางมากอดแน่น ไม่ยอมให้หนีจากกันไป
“ ให้ไม่ได้..ฉันให้นายไปรักใครไม่ได้เด็ดขาด ” เขาเพ้อ จูบปลอบประโลมบนเรือนผมหอม
“ ฉันรักนาย..รักมาตลอด แค่นี้ทำไมไม่เข้าใจ ”
“ ฮึก..ฮืออ ไม่รู้ ไม่อยากฟัง ออกไป!! ” มือน้อยๆทุบรุนแรงกับบ่ากว้าง ทั้งผลักทั้งข่วนจนได้เลือด ความอ่อนแอทั้งหลายแทงขึ้นมาเหนือจิตใต้สำนึก ย้ำอยู่ทุกครั้งว่าตัวเองไม่ได้เข้มแข็งแม้แต่นิดเดียว
“ ขอโทษ..อายะ..ฉันขอโทษ ” เขาหลับตาลงอย่างเจ็บปวด เมื่อร่างกายอิ่ม ความรู้สึกผิดหนักหนาสาหัสก็แล่นพล่านเข้ามาท่วมใจ
..ขอร้อง..หันมามองกันสักครั้ง..
..ฉันไม่ได้ดีนักหนา..เป็นเจ้าชายในฝันให้ไม่ได้..
..แต่ฉันรักนายมาตลอด..รักมาตั้งแต่รู้เรื่องว่าความรักเป็นยังไง..
“ ให้โอกาสฉันที..อายะ..ขอร้อง ” เขากอดร่างขาวโพลนไว้ด้วยสองแขน ซบหน้าลงกับไหล่เล็กแล้วนิ่งอยู่อย่างนั้น
“ ฉัน..เกลียดนาย ” คนที่หยุดดิ้นรนพูดออกมากลางความเงียบ
“ อายะ..” เขากล้ำกลืนความเจ็บปวด
“ จะเกลียด..จนกว่าจะตาย ”
ดวงตาสีเข้มร้อนผ่าวไปด้วยหยดน้ำตาที่คลอขึ้น เขาข่มความเจ็บช้ำที่ฝังมันมาตลอดหลายสิบปี
..ก็ได้..ฉันให้นายเกลียด..
..เกลียดไปจนกว่าใครจะตายจากกัน..
..แต่ก่อนที่วันนั้นจะมาถึง..
..ฉันจะผูกตรวนล่ามเราทั้งคู่ไว้..ไม่มีวันปล่อยให้เป็นอิสระ..
..ไม่มีวัน..
......
เรียวเฮพลิกตัวเล็กบางให้หันมาหาและฝ่ายนั้นก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรนอกจากจะจ้องกลับด้วยดวงตาที่บอกไว้ว่าไม่มีทางให้อภัย
เขาถอนใจเชื่องช้าเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่ในกระเป๋ากางเกงบนพื้น
“ ฉันรู้..ว่านายเกลียดจนอยากไล่ให้ฉันไปตายมากแค่ไหน ” ลุกขึ้นจากเตียงแล้วดึงเอาผ้าเช็ดตัวมาพันท่อนล่างไว้หลวมๆ
“ แต่จำไว้ว่าต่อให้นายอยากหนีหน้ากัน..ฉันก็ไม่มีทางปล่อยตัวไป ”
อายะกัดฟันข่มความเจ็บ พยายามยันตัวเองขึ้นแต่ก็ล้มลงไปกองอย่างเดิม ปวดร้าวไปทั่วร่างจนเหมือนทั้งกายแตกเป็นเสี่ยง ทุกอย่างที่ถูกกระทำมันน่าสมเพชอย่างสุดจะทน
มือบางคว้าเอาเสื้อเชิ้ตที่ขาดวิ่นมาสวมลวกๆ ยันเท้าลงกับพื้นเมื่อสบโอกาสตอนที่อีกคนเดินไปล้วงเอามือถือแล้วเลี่ยงไปคุยนอกระเบียง แต่เพียงแค่ขยับเท่านั้น น้ำตาใสก็ร่วงเผาะลงมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ อย่าอ่อนแอสิอายะ..นายไม่ได้..เป็นคนอ่อนแอ ” ปลอบหัวใจที่สั่นรัว รีบกลัดกระดุมเสื้อที่ไม่ค่อยจะช่วยอะไรแล้วสวมกางเกงทับคราบไคลที่ยังคาคั่งในร่าง
..ไปให้พ้นจากตรงนี้ก็พอ..
......
“ นัดทาซึดะ โทอิที่บ้านของมัน ” เสียงของคนที่คุยอยู่ตรงด้านนอกกระจกที่แง้มไว้ดังเล็ดลอดเข้ามาดึงให้ขาทั้งสองชะงักกึก
..ทาซึดะ โทอิ!!..
อายะรู้สึกถึงบางอย่างที่มันแปลกไป น้ำเสียงที่ใช้พูดกับทางปลายสายก็น่าระแวงว่าคนด้านนอกนั่นกำลังคิดวางแผนอะไรอยู่แน่ ไม่ว่าจะมีเรื่องไหนก็ไม่ห่วงเท่ากับความจริงที่ว่า ซายูริอาจจะเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย
“ จัดการภายในเช้าพรุ่งนี้ ก่อนสิบโมง..ใช่ ให้มีพยานในการเซ็นสัญญาขาย เตรียมทนายให้พร้อมถ้ามันคิดตุกติก อย่าลืมว่าสิ่งสำคัญคือกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านของมัน หุ้นในบริษัททั้งหมดที่มีต้องถูกโอนให้ฉัน ”
ดวงตากลมโตดูตื่นตระหนกกับสิ่งที่ได้ยิน
..นายจะทำอะไรกันแน่!..
“ ซายุ..” อายะหันรีหันขวาง สบเข้ากับโทรศัพท์ไร้สายตรงมุมเตียงก็ถลันเข้าไปคว้ามา นิ้วเรียวสั่นระริกตอนที่พยายามจะกดเบอร์ไปหาเพื่อนรัก
“ ติดสิ..ติด..”
..ต้องเตือนพ่อนายนะซายุ..
..จะให้เขาหลงกลไม่ได้..มันไม่ใช่เรื่องดีแน่!..
เสียงรอสายดังอยู่หลายครั้ง ตัดทิ้งแล้วกดหาใหม่ก็ยังคงเดิมเหมือนฝ่ายนั้นวางโทรศัพท์ทิ้งเอาไว้
“ รับที..ขอร้องเถอะซายุ ” อายะร้อนใจ คิดอยู่ในหัวแค่อย่างเดียวว่าเรื่องของเพื่อนต้องมาก่อน
..ไม่รับสาย..
ร่างเล็กสบถออกมาอย่างร้อนรน ยันตัวขึ้นแล้วพยายามก้าวไปที่ประตูห้อง ระบบล็อคของมันทำให้เปิดไม่ได้ถ้าไม่ใช้คีย์การ์ด
“ บ้าเอ๊ย! ” หันกลับมาด้านหลังเพียงเพื่อจะพบว่าของที่ต้องการอยู่ในมือของใครอีกคน
เรียวเฮมองนิ่ง โยนคีย์การ์ดใบนั้นไปไว้บนโต๊ะรับแขก
“ ฉันบอกแล้วว่าไม่ปล่อยนายไป ”
“ คนเลว! นายคิดจะทำอะไรกับลุงโทอิ ” ตวาดใส่อย่างไม่เกรงกลัว วินาทีนี้มีแต่ความสับสนในทุกเรื่องที่ได้ยินเท่านั้น
“ หึ..ฉันน่ะเหรอจะทำอะไร? ” เขาหัวเราะ ก้าวเข้ามาหาคนที่ยืนติดประตูไม้สีเบจ
“ ก็แค่ปูพรมให้บางอย่างมันง่ายขึ้นแค่นั้น ”
“ ชั่ว! ไม่ว่านายจะทำอะไรมันก็ดูสารเลวไปหมด คอยดูนะ! ถ้าเพื่อนฉันเป็นอะไร..โอ๊ย..” เสียงหวานร้องออกมาจากแรงกระชากที่แขน ทั้งตัวถูกรั้งมาอยู่ในอ้อมกอดหยาบกระด้าง โทรศัพท์ในมือถูกดึงออกไปแล้วโยนไปกองบนพื้น
“ เอาตัวให้รอดก่อนเถอะที่รัก ” เขากดยิ้ม เก็บความเศร้าไว้เพียงในใจ
..ในเมื่ออีกคนไม่มีทางมองเห็น..
..เกลียดกันเลยอายะ..
..ถ้าเกลียดแล้วนายจะจำฉันได้มากขึ้น..ก็เอา..
เรียวเฮลากตัวเล็กบางมากลางเตียง ผลักให้ล้มลงไปนอนก่อนจะเดินออกนอกห้อง ลงกลอนประตูภายนอกไว้ ปล่อยให้ฝ่ายนั้นร้องตะโกน ทุบบานไม้ครั้งแล้วครั้งเล่าจนเงียบไปเอง
เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟานุ่มในห้องโถง ก้มหน้าลงซบฝ่ามือกับคำตอกย้ำว่าเกลียดของคนที่หลงรัก
..จะไม่มีวันกลับมาเป็นอย่างเก่ากันเลยรึไง..
......
รอยยิ้มขำขันปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา แสงจันทร์เต็มดวงจากภายนอกส่องเข้ามาในห้องนอนกว้างขวางที่เงียบกริบ
จุนนั่งพิงหัวเตียง กดหมายเลขโทรเข้าที่พยายามจะติดต่อกับเจ้าของมือถือที่นอนหนุนแขนเขาอยู่ตอนนี้ ซายูริไข้ขึ้นตอนกลับมาจากโรงพยาบาล และน่าหัวเราะที่ทาซึดะ โทอิอยู่บ้าน หน้าตาหมองคล้ำเหมือนคนใกล้ตายอย่างนั้นยังมีแก่ใจอนุญาตให้เขาคอยอยู่ดูแลลูกตัวเองทั้งที่ก่อนหน้าโทรเข้ามือถือเขาแทบตาย
..แก้ปัญหาไม่ตกแล้วไปอ้อนให้หลานช่วยแล้วสินะ..
..ซ้ำยังส่งเนื้อเข้าปากเสือ..ไว้ใจจนน่าขำ..
..ถ้าไม่ติดว่าไม่สบาย ก็คงจะทำรักให้เสียงมันดังไปถึงห้องนอนของพ่อบังเกิดเกล้านั่น..
เขากดลบเบอร์ของอายะทิ้งไป ก่อนจะปิดเครื่อง โยนมือถือไปไว้ริมเตียงอีกด้าน
“ รู้มั้ยซายูริ..” ก้มลงกระซิบข้างใบหูขาว ไล้นิ้วลงที่แก้มเนียน
“ นายจะได้เจอกับตัวตนที่แท้จริงของฉันซักที ”
...........................................................................................
ทาซึดะ โทอินั่งเงียบกับจำนวนรายได้ที่เกิดจากหุ้นในส่วนของตัวเองที่เขาใจร้อนขายทอดตลาดไป ครั้งก่อนมันมีปัญหาจนเน่าเฟะ แต่พอมาวันนี้กลับราคาขึ้นสูงจนเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง อะไรไม่หนักใจเท่าที่ว่า เปอร์เซ็นต์ที่แบ่งขายมันเป็นยี่สิบส่วนร้อยที่ขายให้คนสามคน แน่นอนว่าเขายังถือส่วนที่เหลือเป็นหัวใหญ่ แปลว่าตำแหน่งประธานก็ควรจะยังเป็นของเขา ตราบเท่าที่ไม่มีคนตรงหน้าเข้ามายุ่ง
ฮิราสึกะ เรียวเฮ พอเห็นอยู่บ้างตามหนังสือที่สัมภาษณ์การบริหารงานในกลุ่มบริษัทที่มีการแข่งขันสูง แต่อะไรคือสาเหตุที่ทำให้หมอนี่กว้านซื้อหุ้นจากคนที่เขาขายไปทั้งหมด และเอาหลักฐานการซื้อขายนั่นมาวางไว้ตรงหน้าเขา อ้างว่าตัวเองได้สิทธิ์ 60% ของตัวบริษัทที่ทำให้เขาสามารถตกจากที่นั่งการบริหารได้ทันที
“ คุณอยากได้อะไร ” โทอิเอ่ยเสียงเครียด ได้ยินเสียงเวลาเดินไปเรื่อยเปื่อยในห้องรับแขก เขาปรายตามองพนักงานคนใหม่ที่คิดเสียดายตลอดเวลาว่าน่าจะเอาขึ้นแทนไอ้พวกเฮงซวยนั่นก่อนที่มันจะทำพังกันตั้งนานแล้ว
ร่างสูงใหญ่ของซาวามุระ จุนที่ทำตัวมีฐานะเป็นแค่ลูกน้องของทาซึดะมองสบตากับเพื่อนสนิท
เรียวเฮเพียงแต่ยิ้ม ยื่นมือขอรับเอกสารทั้งหมดที่ตัวเขาบอกไว้ก่อนหน้าแล้วว่ายินยอมจะขายคืนให้มาจากลูกน้อง
“ อะไรก็ไม่สำคัญหรอกครับ แค่เป็นการหว่านเงินเล่นๆพอให้เห็นอิทธิพลเท่านั้น ” เขาทำเหมือนไม่แคร์ถ้าจะเสียไปสักล้านหรือสองล้านเหรียญในบัญชี
“ แล้วบ้านคุณก็สวยมากด้วย ” ชายหนุ่มกวาดตามองรอบบริเวณ
ความโอ่อ่าของห้องโถงใหญ่เน้นสไตล์บ้านแถบยุโรป สูงขึ้นไปบนเพดานเป็นภาพเขียนสีฝุ่นที่ลงลวดลายอ่อนช้อย เครื่องแก้วคริสตัลกับโคมระย้าตกแต่งรอบบริเวณจนแสงระยิบระยับต้องกับแดดตอนสาย ตัวบันไดวนที่ขึ้นไปชั้นสองก็อ่อนช่อยไปด้วยลายแกะสลักบนหินอ่อนเป็นรูปอีรอสในเทพนิยาย
โทอิหัวเราะ เข้าใจทะลุปรุโปร่งว่าการมาคราวนี้ของฮิราสึกะ เรียวเฮครึ่งหนึ่งคือเรื่องบ้านของเขา
“ คิดว่าบ้านฉันสวยมั้ย ทาคิซาวะ คุณสุภาพบุรุษตรงนี้ถึงอยากได้นัก ” หันมาถามกับคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง
จุนยิ้มรับ ทั้งที่ในใจอยากจะทำลายทุกอย่างของทาซึดะให้พังพินาศ
“ ผมไม่ได้บังคับนะ แค่จะขายคืนให้คุณ แล้วก็ยินดีที่จะบอกว่า ถ้าเงินสำรองมีไม่พอ คุณจะเอาบ้านมาจ่ายร่วมด้วยก็ไม่ว่า ถ้าได้หลังนี้มา..ผมยอมขาดทุน ขายให้ต่ำกว่าที่คุณเคยขายเลยก็ได้ ”
คนสูงวัยกว่าพยักหน้ารับรู้ แอบกระหยิ่มยิ้มย่องในความไฟแรงและการถลุงเงินทิ้งของพวกคนหนุ่ม ในเมื่อเทียบดูแล้ว ผลประโยชน์จากตัวหุ้นมันมีมูลค่ามหาศาลมากกว่าคฤหาสน์หลังเดียว
“ ถ้าตกลง ” เขายื่นหนังสือการทำสัญญาซื้อขายระหว่างกันให้
“ คุณโอนกรรมสิทธิ์บ้านหลังนี้ให้ผม บวกเงินสำรองอีกนิดหน่อย แล้วผมจะโอนหุ้นกลับให้คุณทั้งหมด ง่ายๆครับ..แค่เซ็นชื่อลงไป..พอวันรุ่งขึ้น..คุณก็กลับไปนั่งแท่นบริหารได้ตามเดิม ”
โทอิไม่ได้พูดอะไร นอกจากรับแฟ้มเอกสารมาแล้วอ่านคร่าวๆตรงใบด้านหน้า ใบที่สองและใบที่สาม ที่ล้วนแล้วแต่เป็นการทำข้อตกลงระหว่างกันที่ดูยังไงเขาก็ได้เปรียบ มองผ่านได้เพียงนิดก็ยื่นให้ลูกน้องคนโปรดพิจารณาต่อ
“ ข้อความสัญญาสมบูรณ์ดีครับ ” จุนบอก ส่งทุกอย่างกลับคืนให้เจ้านายเป็นคำตอบว่าทุกสิ่งเรียบร้อยดี
“ มีนายนี่ฉันสบายไปร้อยแปด ” หันมาพูดกับคนที่บอกว่าทาคิซาวะเป็นชื่อของตัวเอง
เรียวเฮดูอีกฝ่ายจรดปลายปากกาลงไปแล้วตวัดลายเซ็นลงทุกแผ่นที่หนาอยู่ประมาณสิบกว่าหน้า
“ เตรียมพร้อมจังนะ..เหมือนรู้ว่าผมต้องขายบ้านให้แน่ ” เขายักไหล่ ไม่สนว่าจะต้องหาซื้อบ้านหลังอื่นตราบเท่าที่มีเงินในบัญชีมหาศาลขนาดนั้น
โทอิมองทนายของฮิราสึกะ พยานที่ร่วมรับรู้การทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ก่อนที่จะจัดการลงลายมือชื่อและทำเรื่องเป็นตัวหนังสือ พิมพ์ลายนิ้วมือร่วมด้วยอีกครั้ง
“ ผมรู้ว่าคุณไม่มีวันปฏิเสธข้อเสนอของผม ” เรียวเฮยิ้ม มองดูกระดาษทั้งหมดด้วยความขบขันแล้วจึงยื่นคืนให้ลูกน้องคนสนิทรับไปเก็บ
“ พรุ่งนี้..บริษัทของคุณก็จะได้เจ้านายที่มีความสามารถมากพอมาบริหารงาน ” เขาพูดเหมือนยกยอและนั่นก็ทำให้คนฟังหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี
“ หมดธุระแล้วก็คงต้องขอตัวล่ะครับ ” ยื่นมือเป็นคำขอบคุณจอมปลอมให้ฝ่ายตรงข้าม
เขายิ้มสมใจให้เพื่อนสนิทที่นั่งเฉย มองกลับมาด้วยความหมายที่รู้เป็นนัย
“ บ้านหลังนี้..ผมจะมาเอาเมื่อพร้อม ”
......
ทาซึดะ โทอิถอนใจเล็กน้อยตอนที่หันกลับมาหาพนักงานคนโปรด ใบหน้าดูท่าทางเหน็ดเหนื่อยแต่ก็เต็มไปด้วยความพอใจที่การทำสัญญาครั้งนี้ลุล่วงด้วยดี
“ โชคเข้าข้างฉันชะมัด อยู่ดีๆก็มีคนเอาส่วนเน่าไปแปลงให้ใหม่แล้วกลับมาขายด้วยราคางามๆ เสียบ้านไปหลังเดียวนี่ถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ”
“ เมื่อวานนายบอกว่าซายุป่วย ไปหาหมอแล้วเขาเป็นยังไงบ้าง ” โทอิพูดด้วยน้ำเสียงเจือแววกังวลแต่ก็ยิ้มออกมาได้เมื่ออีกคนบอกให้วางใจว่าไมเกรนขึ้นเท่านั้น
“ ท่านประธานจะเข้าบริษัทมั้ยครับ ” จุนแสร้งนอบน้อม ถามย้ำเพื่อว่าสิ่งที่หวังไว้จะได้ง่ายดายขึ้น
“ ไม่ล่ะ เหนื่อย..ขออยู่ดูแลซายุสักวัน ” เขาเก็บแฟ้มงานทุกอย่าง ส่งให้คนด้านข้างรับไปเก็บ
“ วันนี้นายเข้าไปก่อนก็แล้วกัน จัดการส่วนของตัวเองให้เรียบร้อย พรุ่งนี้ถึงจะเรียกประชุม ” ตบลงบนบ่ากว้างท่าทางเป็นกันเองแล้วยิ้มให้
“ ฉันไว้ใจนายนะ..ทาคิซาวะ ”
จุนปรายตามองแผ่นหลังของศัตรูที่หมายหัวเดินขึ้นบันไดบ้านไป รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นเพียงลำพังในความเงียบของบ้าน
..ไว้ใจ?..
..พ่อของเขาก็เคยไว้ใจแบบนี้..
..แล้วก็ไม่ต่างอะไรจากคนที่ถูกเหยียดจนจมดิน..
..ก็คอยดู..ทาซึดะ..ว่าผลของการไว้ใจมันจะเป็นยังไง..
......
สัมผัสนุ่มนวลแถวหน้าผากปลุกคนที่นอนหลับตาพริ้มให้ตื่นขึ้น ไอเย็นจากผืนผ้าวางลงบนแก้มใสที่เป็นสีแดงจัดเพราะพิษไข้รุม
“ เป็นไงบ้างซายุ ” คนเป็นพ่อเอามืออังข้างใบหน้าสวย ดวงตามีแววกังวลซ้ำซาก
“ ค่อยยังชั่วแล้วครับ ” ซายูริยิ้มหวาน เอาสองมือกอดเอวอีกคนแล้วซุกหน้าลงบนอก
“ ผมดีใจ ที่วันนี้พ่ออยู่บ้าน ”
โทอิลูบเส้นผมนุ่มลื่นด้วยความรัก ยิ้มตอบกลับด้วยความที่เป็นพ่อผู้แสนดีเสมอมา
“ ให้ทาคิซาวะจัดการให้ เขาเก่งมากพอ..”
“ ทาคิซาวะ? ” ซายูริเลิกคิ้วอย่างสงสัย
“ อะไรกัน..เขาก็ดูแลซายุทั้งคืนยังไม่รู้จักชื่อเขาอีกเหรอ ” โทอิหัวเราะ ไม่ได้ใส่ใจกับท่าทางของลูกชาย
ร่างเล็กนิ่งงัน เกือบหลุดปากออกไปว่านั่นคือซาวามุระ จุน
..อย่าลืมสิ..จุนไม่ต้องการให้พ่อรู้เรื่องอดีต..
..เขาต้องการจะเริ่มต้นใหม่..อย่างที่พ่อยอมรับ..
..และวันนั้นก็มาถึงแล้ว..
..วันที่เราจะได้คบกันอย่างเปิดเผยเหมือนเดิม..
“ ผมจำได้แล้ว..เขาใจดีมากนะครับพ่อ..แล้วพ่อคิดว่าเขาเป็นยังไงบ้าง ” ซายูริอมยิ้ม แก้มแดงเรื่อด้วยความร้อนที่สุมกันอยู่
“ เก่งทุกอย่าง รู้ทุกเรื่องที่สอน ไม่รู้สินะ..พ่อคิดว่าถ้าได้เป็นลูกชายอีกคนท่าจะดี ก็ซายุไม่ค่อยแข็งแรง ไหนเจ้าชินยะยังจะเอาแต่งานหน้ากล้องของมันอีก พ่อก็ไม่รู้จะอาศัยใครถ้าไม่ใช่เขา ”
“ ดีจังนะครับ ” รอยยิ้มน่ารักส่งให้คนตรงหน้า รู้สึกใจชื้นขึ้นที่ทุกอย่างกำลังไปได้ดี
“ ชอบเขาเหรอ ” โทอิหัวเราะ บิดแก้มเนียนด้วยความรักใคร่
“ เขาเป็นคนดีครับ..เป็นคนดีมากจริงๆ ” ดวงตาสีควันคลอไปด้วยหยดน้ำ
..คนดีของซายูริ..
..ได้โปรด..เป็นอย่างนี้ตลอดไปนะ..
“ พ่อก็คิดว่าเขาดี ถ้าเกิดซายุอยากจะลองรักใครอีกซักหน..พ่อก็ว่าเขาไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก ” เขาก้มลงจูบบนหน้าผากนวล ห่มผ้าขึ้นมาถึงอก
“ นอนซะเด็กดื้อ คืนนี้พ่อจะอยู่เป็นเพื่อน..”
ร่างบอบบางยิ้มอย่างดีใจ สองมือยกขึ้นกอดตอบแล้วหลับตาลง ปล่อยให้อีกฝ่ายลูบหัวอย่างมีความสุข
..ขอบคุณพระเจ้า..ที่คืนหัวใจมาให้อีกครั้ง..
..ขอบคุณความรักที่มั่นคง..ทำให้ซื่อตรงแค่คนๆเดียว..
..ขอบคุณ..ที่ทำให้เขากลับมา..
...........................................................................................
สายตาอ่อนโยนมองร่างเล็กบางที่ซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม มืออุ่นเอื้อมไปเกลี่ยเส้นผมสีอ่อนที่ตกลงมาข้างแก้มใสก่อนจะก้มตัวลงจูบอรุณสวัสดิ์ที่ไรผมหอม
“ พ่อจะไปแล้วเหรอ ” ซายูริดึงแขนเชิ้ตทำงานของอีกฝ่ายเบาๆ
“ สิบโมงแล้วเจ้าเด็กขี้เกียจ เมื่อวานก็อู้มาหนนึง ” โทอิหัวเราะ ขยี้หัวลูกชายคนโตแล้วสัญญาว่าจะให้คนซื้อขนมมาส่งให้
“ ตั้งใจทำงานนะครับ ” เสียงหวานเย้าแหย่ด้วยรอยยิ้ม รู้สึกมีความสุขที่สุดตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อคราวนั้น
ดวงตากลมโตมองตามหลังพ่อของตัวเอง ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงแล้วเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างบานเลื่อน ได้ยินเสียงนกร้องตอนเช้าคลอมากับสายลมเย็นที่สัมผัสผิวกายแผ่วเบา กลิ่นหอมเจือจางของลำไผ่ที่กำลังเสียดสีดังออดแอดลอยมากับลม
..เมื่อคืนไม่ได้กอดคนรัก..
..คนๆนั้นอาจจะเหงา..อาจจะคิดถึงกัน..
ซายูรินึกถึงห้องคับแคบที่จุนใช้นอน ถึงจะอยู่ในฐานะของพนักงานบริษัท แต่จุนก็ยังคงยืนกรานกับพ่อว่าต้องการห้องสกปรกมอซอนั่นตามเดิม
ใบหน้าสวยแดงซ่านที่จุนบอกเหตุผลว่าต้องการจะจำคืนที่เราสองคนได้กอดกันเป็นหนแรกนับจากเรื่องครั้งนั้นทำให้ห่างกันไป
“ คนบ้า..” เสียงใสว่าตามลำพัง อดเขินไม่ได้กับประโยคพวกนั้น
..ฉันรักจุนที่สุด..
..ทำไมต้องรักมากมายขนาดนี้ก็ไม่รู้..
......
“ ทาคิซาวะไปทำงานแล้วเหรอ ” คนที่กำลังนั่งอ่านรายงานตลาดหุ้นเงยหน้าขึ้นมาถามคนขับรถ ตอนนี้ทุกสิ่งกำลังเป็นขาขึ้นก็ถือได้ว่าเขาโชคดียิ่งกว่าอะไร
“ ไปตั้งแต่เจ็ดโมงแล้วครับ ” ว่าพลางมองหาที่จอดในลานกว้าง
“ ไอ้หนุ่มนี่มันก็เยี่ยมจริงๆ ไม่เสียแรงที่เอาตัวเข้ามาทำงานด้วย ” โทอิหัวเราะ ยิ้มออกมาได้ในรอบสัปดาห์
เขาพับหนังสือพิมพ์เก็บใส่กระเป๋าหนังราคาแพงข้างตัว ยื่นส่งให้คนรถเอาตามขึ้นมาบนห้อง
“ ท่านประธาน! ” เสียงของเลขาส่วนตัวดังมาก่อนใครเรียกให้หันกลับไปมอง
สีหน้าเธอดูซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด สองมือกอดแฟ้มการประชุมแน่นเหมือนกลัวมันจะหลุดไปไหน
“ เอะอะอะไรเสียมารยาท ” โทอิตำหนิ โยนของวางไว้ตรงโต๊ะทำงานแล้วเรียกให้เธอเดินตามมาที่ห้องประชุมใหญ่ ยื่นมือขอข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ของวัน
“ อ..อย่าเพิ่งเลยค่ะ ” พูดเสียงสั่น ทำท่ารั้งเจ้านายไว้ไม่ให้เปิดประตูเข้าไปในห้องด้านหน้า
“ มันเรื่องอะไรกัน ” เขาขมวดคิ้วแน่น เริ่มอารมณ์เสียที่พูดกันไม่รู้เรื่อง แล้วไอ้พวกพนักงานก็มองมาที่เขาเหมือนสงสัยเสียเต็มประดา
“ ดิฉันว่าวันนี้ท่านประธานกลับไปพักผ่อนดีกว่ามั้ยคะ เรื่องทางนี้จะเคลียร์ให้ ” เธอขวางตัวเต็มทางเข้า พยายามเต็มที่กับการบ่ายเบี่ยงความตั้งใจของฝ่ายนั้น
“ ถอยออกไป ” ประธานบริษัทที่กำลังหัวเสียบอกเด็ดขาด ผลักประตูไม้บานกว้างเข้าไปด้านในก่อนจะเดินเข้ามาตรงกลางโต๊ะยาว
......
สองขาชะงักนิ่ง ดวงตาจับจ้องที่ใครบางคนตรงหน้า
ภาพที่เห็นคือพนักงานดีเด่นของเขา นั่งท่าสบายๆอยู่ตรงเก้าอี้กว้าง ทั้งที่มันจะต้องมีคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์อยู่ตรงตำแหน่งนั่น
..ตำแหน่งเจ้าของบริษัท..
“ ทาคิซาวะ! ” โทอิเสียงดัง เส้นเลือดตรงขมับปูดโปนด้วยความโกรธสุดขีด
“ มันจะมากไปแล้วนะ! ไม่มีใครบอกรึไงว่าลูกจ้างอย่างนายต้องนั่งที่ตรงไหน ” เขาตวาดใส่ ก่อนจะหันไปไล่เบี้ยเอากับพวกฝ่ายหัวหน้าแผนกที่ไม่ทันได้สังเกตเลยว่าเปลี่ยนเป็นคนใหม่ทั้งหมด
“ แล้วพวกคุณก็มัวแต่นั่งลอยหน้ากันอยู่ได้!! คิดจะเปลี่ยนเจ้านายใหม่กันรึยังไง ”
......
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทยิ้มมุมปาก เขาเอนหลังพิงเก้าอี้บุนวมเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาว ดวงตาคมกริบมองอาการบ้าคลั่งของคนที่หวงอำนาจในมือยิ่งกว่าอะไร
“ ใจเย็นๆสิ คุณอา ” จุนลุกขึ้นนั่งหมิ่นๆตรงขอบโต๊ะประชุม มือโยนแฟ้มเอกสารที่เปิดค้างไว้ไปต่อหน้าอีกฝ่าย
ทาซึดะ โทอิตะลึงงัน เพราะชั่ววูบหนึ่งนั้น ใบหน้าของคนตรงข้ามกลับไปซ้อนกันกับใครคนหนึ่งที่เขาลืมไปแล้ว
..ซาวามุระ โองุโระ..
“ เพื่อนผมก็บอกแล้วนี่ว่าเดี๋ยวจะต้องมีเจ้านายคนใหม่มาบริหารงาน คุณอาจำไม่ได้เหรอครับ ” เขายิ้ม และเป็นยิ้มที่ทำให้คนเห็นเกรงกลัว
“ หมายความว่ายังไง..” โทอิเลื่อนข้อมูลทุกอย่างมาดู กวาดสายตาผ่านตัวหนังสือทุกบรรทัดอย่างรวดเร็วแล้วก็ต้องตกใจมากกว่าเดิมที่ลายเซ็นของเขาปรากฏชัดว่ายินยอมส่งมอบตำแหน่งประธานให้มาอยู่ในความดูแลของ..
..ซาวามุระ จุน..
“ ซาวามุระ ” เขาคราง รู้สึกสับสนจนทุกอย่างหมุนวน
..อะไรกัน..นี่มันเรื่องอะไร..
จุนหัวเราะหึ ดึงเอากระดาษการเปลี่ยนชื่อข้างต้นของตัวเองขึ้นมาแล้วเลื่อนไปต่อหน้าคนที่กำลังตั้งตัวไม่ติด
“ ใช่..ซาวามุระ..” เขาพูดเสียงกร้าว ขยับเข้ามาหาท่านประธานที่นิ่งไปเหมือนทุกอย่างในโลกหยุดหมุน
“ ไอ้คนทรยศเพื่อนอย่างอา..รู้มั้ยว่าผมควรจะเอาคืนมากแค่ไหน ”
โทอิยืนค้าง ดวงตาพร่ามัวเหมือนมีอะไรบัง หูอื้ออึงไปด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของทุกคนในห้องประชุมที่ทำเหมือนเขาเป็นตัวตลก
..มันเหมือน..กับตอนนั้น..
จุนส่ายหัวอย่างขบขัน กวาดเอกสารทุกอย่างที่เคยระบุว่ามีทาซึดะ โทอิเป็นประธานลงไปกองกับพื้น เศษกระดาษปลิวว่อน กระจัดกระจายเสียทั่ว
“ นี่ไง..ที่ผมต้องการ ” เขานั่งลงกับเก้าอี้ วางเท้าลงบนพื้นต่อหน้าคนอาวุโสกว่า
“ ก้มหัวแทบเท้าผม..ต่อหน้าพนักงานทุกคน..”
“ แก!! ไอ้ชาติชั่ว!! ” โทอิเลือดขึ้นหน้า ถลันเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่าย
พวกพนักงานชายลุกพรวดจากที่ ตั้งท่าจะมาจับตัวอดีตประธานคนเก่าด้วยเพราะแอบเก็บความไม่พอใจเรื่องการเล่นเส้นสายยกลูกน้องคนโปรดขึ้นหิ้งมานานเกินพอ แต่คนที่ขึ้นแท่นบริหารคนใหม่กลับห้ามเอาไว้
จุนกดยิ้มต่ำ ปัดมือของคนตรงหน้าทิ้งไปแล้วกระชับเนคไทให้เหมือนเดิม
“ ระวังฐานะตัวเองหน่อยสิ..อาโทอิ เป็นแค่คนล้มละลายยังจะมีหน้ามาหาเรื่องคนรวยกว่างั้นเหรอ ” จุนพูดเสียงดัง จนทั้งที่ประชุมหัวเราะครืน
..ระวังฐานะตัวเองหน่อยสิ..ซาวามุระ..
..เป็นแค่คนล้มละลายยังจะมีหน้ามาหาเรื่องคนรวยกว่างั้นเหรอ..
......
โทอิถึงกับเซไป คำพูดทุกอย่าง สถานการณ์เดิมๆที่เขาลืมมันเสียสนิทกลับมาฉายชัดอีกครั้ง
..เป็นไปไม่ได้!!..
เขากำหมัดแน่น แค้นแทบคลั่งกับภาพที่ทุกคนมองมาด้วยแววตาเยาะเย้ย พวกมันยืนมุงดูเขา จับจ้อง ซุบซิบ ส่งเสียงหัวเราะเหมือนได้ดูตัวตลกที่เสียรู้ให้ใครบางคน
..ที่เขาคิดไว้ใจ..
“ ขอโทษทีนะครับ..เพราะคราวนี้ ต่อให้อาก้มหัวลงมาตรงเท้าผม..ผมก็ไม่คืนอะไรให้ทั้งนั้น..” จุนแทรกขึ้นกลางคัน ยิ้มสมใจกับคนที่ยืนตัวสั่นเทาด้วยไฟโทสะ
“ ถึงเวลาที่มันจะกลับมาหาเจ้าของแล้วล่ะครับ..คนที่เสียรู้เพราะความโง่เง่าของตัวเองก็ควรที่จะกลับไปหลบอยู่ในหลืบ คอยดูว่าจะมีหมาตัวไหนคาบกระดูกมาวางไว้ เผื่อจะลักกินขโมยกินเขาอีกรอบ ”
ทุกคำพูดนั่นเหมือนตอกหน้าคนฟังจนไม่เหลือแม้แต่ศักดิ์ศรี ทาซึดะ โทอิที่เคยทะนงตนว่าไม่มีใครจะมาลบฐานอำนาจของตัวเองลงได้ วันนี้กลับต้องมาเสียทุกอย่างให้กับคนที่ไม่เคยคิดฝันมาก่อน
..มันวางแผนมาตั้งแต่ต้น..
..เข้ามาทำงานในบ้าน..หาทางให้ไว้ใจ..
..ใช้เพื่อนเป็นตัวจัดการ..หลอกล่อเขาจนติดกับ..
จุนกลับมานั่งเก้าอี้ตามเดิมแล้วเอ่ยปากเรียกพนักงานที่มามุงกันเต็มห้องประชุมให้พาอดีตท่านประธานออกไปจากที่นี่
“ ทุกคนมีประชุม..ไม่ว่างคุยกับพวกว่างงาน ” เขาหัวเราะ โบกมือไล่ชายตรงหน้าออกไปให้พ้นหูพ้นตา
“ อ้อ..ช่วยสงเคราะห์เอาอดีตรถประจำตำแหน่งของไอ้คนหมดตัวนั่นไปส่งมันที่บ้านด้วยนะ ”
......
เสียงที่ตอกย้ำยังก้องอยู่ในหัวตลอดทางเดินที่เลขาส่วนตัวของเขาช่วยประคองให้ออกมานอกห้อง ภาพทุกอย่างวนเวียน ฉายกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนไม่มีวันจบสิ้น
..มันเป็นแค่ความฝัน..มันแค่ความฝัน..
โทอิย้ำกับตัวเองซ้ำอยู่อย่างนั้น
..ความฝัน..
...........................................................................................
ดวงตากลมโตกระพริบถี่ให้เข้ากับแสงสลัวในความมืด แสงจากเข็มพรายน้ำทำให้รู้ว่าหลับไปตั้งแต่ตอนเช้าจนกระทั่งถึงย่ำค่ำป่านนี้
ซายูริยันตัวเองขึ้นจากเตียง ค่อยๆก้าวเท้าลงมาด้านล่างแล้วคลำหาสวิทช์ไฟตรงฝาผนัง
“ บ้านเงียบจัง ” พึมพำเมื่อออกมานอกห้องแล้วไม่ได้ยินเสียงอะไรแม้แต่นิดเดียว
สองเท้าเปล่าเปลือยย่ำลงมาตามพื้นหินเย็นเฉียบ ใช้แขนเท้ากับขอบปูนตรงขั้นบันไดเพื่อพยุงตัวจนกระทั่งลงมาถึงห้องโถงใหญ่
ใครบางคนนั่งเป็นเงาตะคุ่มอยู่เพียงลำพังตรงโซฟากว้าง ด้านหน้ามีแต่แผ่นกระดาษกองพะเนิน ทุกส่วนกระจัดกระจายทั้งบนโต๊ะแล้วก็ที่พื้น
“ พ่อ..” เสียงใสร้องเรียก เดินเข้าไปใกล้คนที่นั่งซบหน้าลงกับฝ่ามือ
“ พ่อเป็นอะไร..เครียดเรื่องงานเหรอครับ..”
โทอิกุมขมับแน่น มือกำเข้าหากันด้วยความกดดันจากเรื่องทั้งหมดเมื่อตอนเช้า
..เขาเสียรู้ได้ยังไง..
..มันเป็นไปได้ยังไง..
ร่างเล็กเห็นคนข้างกายหลับตานิ่งด้วยความเหนื่อยอ่อนก็เข้าไปซบไหล่ กอดฝ่ายนั้นเอาไว้เพื่อให้กำลังใจเท่าที่ทำได้
“ ถ้าคิดคนเดียวไม่ไหว..พ่อก็เรียกจุน..” เสียงหวานสะดุดไป รู้ดีว่าไม่ควรจะเรียกคำที่แสดงถึงความสนิทสนม
..จุน..
แค่คำเดียวเท่านั้น แค่ชื่อของคนที่ทำให้เขานึกสาปส่งความไว้ใจของตัวเองก็ทำให้เกิดความบ้าคลั่งขึ้นใหม่ได้ง่ายดาย
“ อย่าพูดชื่อมัน!! ” โทอิตะคอกใส่ ปัดของบนโต๊ะลงไปกอง ขว้างแจกันแก้วกระทบผนังแข็งจนแตกเพล้งเสียงดังลั่นด้วยความโกรธแค้นจนสุดบรรยาย
“ พ่อ! ” ซายูริเบิกตากว้าง ตัวสั่นระริกกับอาการโมโหอย่างนั้น
“ บอกมาซิซายุ! อยู่กับมันคืนนั้นแกจะจำไม่ได้เลยเหรอว่ามันเป็นใคร!! ”
“ พ่อพูดเรื่องอะไร ” ร่างเล็กบางลนลานตอบ หัวใจวูบไหวไปทั้งดวง
......
“ ก็บอกเขาไปสิที่รัก..ว่าจำได้ตั้งแต่เห็นหน้ากันครั้งแรกแล้ว ”
ใบหน้าหวานหันไปมองทางต้นเสียงอย่างตกตะลึง ดวงตาสีสวยไหวระริกไปกับภาพตรงหน้าที่คนรักปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน
“ ไอ้ซาวามุระ!! ” โทอิคำราม เงื้อหมัดขึ้นสูง ถลันจะเข้าไปซัดสักครั้ง
“ อย่าครับพ่อ! ” ซายูริกอดแขนอีกฝ่ายเอาไว้ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความตกใจกลัวกับทุกเรื่อง
“ ซายุ!! นี่แก..”
“ จุนออกไปสิ! รีบออกไป!! ” เสียงสั่นเครือร้องตะโกนออกมา มือสองข้างยื้อยุดแขนคนด้านข้างไว้แน่น
ชายหนุ่มยิ้มเย็น พยักหน้าให้พวกลูกน้องด้านหลังโยนข้าวของในมือลงไปกองบนพื้น ทุกสิ่งที่มีในบ้านและเป็นของทาซึดะ โทอิถูกรื้อออกมาจากในห้องนอนแล้วทิ้งไว้แทบเท้าเจ้าของคนใหม่
จุนวางเอกสารที่แสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินผืนนี้รวมไปถึงสิ่งก่อสร้างที่อยู่บนพื้นที่ให้คนตรงข้ามดูอย่างเต็มตา
“ จะให้ฉันไปไหน..ในเมื่อทุกอย่างที่นี่ มันเปลี่ยนคนครองแล้ว ”
ซายูริตัวเย็นเฉียบเหมือนถูกน้ำแข็งเกาะ สับสนไปหมด ทุกสิ่งพร่าเลือนไปกับสีหน้า ท่าทาง ดวงตา คำพูดที่ไร้ซึ่งคำหวาน ในเมื่อทุกอย่างนั่น..มาจากจุน
..มาจากคนรักของเขา..
“ จุนล้อเล่นใช่มั้ย..ต้องล้อกันเล่นแน่ๆ ” ปากว่าอย่างนั้น แต่ดวงตากลับคลอไปด้วยหยดน้ำใส กลั้นไว้จนจะไม่อยู่เข้าไปทุกที
ใบหน้าสวยสั่นหัวเป็นการปฏิเสธเรื่องที่เกิดขึ้น น้ำตาไหลพรากลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า เรียวปากสั่นระริกโดยเฉพาะเมื่อเผชิญกับความจริงอย่างนี้
..ไม่ใช่..มันไม่ใช่เรื่องจริง..
“ ฉันจะโกหกทำไมล่ะคนดี ” จุนเขี่ยเสื้อผ้าของอดีตเจ้าบ้านไปไว้ทางอื่น เดินตรงเข้ามาหาสองพ่อลูกที่อยู่ด้านหน้า
โทอินั่งนิ่ง ขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจ หลงเชื่อในทุกสิ่งทุกอย่าง ไว้ใจเต็มที่ เอ็นดู รักจนใกล้เคียงลูกคนหนึ่งเข้าไปทุกที
“ ไงล่ะ..มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง..สุดท้ายก็ต้องเป็นไอ้กระจอกนอนข้างถนน ”
“ ไม่จริง!! พ่อไม่ใช่! ไม่เล่นแล้วนะจุน..ทำแบบนี้ฉันไม่ตลกซักนิด! ” ซายูริปล่อยโฮ กอดพ่อเอาไว้ด้วยสองแขนเล็ก
“ แกเป็นอะไรกับมัน..” โทอิหันมาทางลูกสุดที่รัก ตัวสั่นขึ้นมาอย่างหยุดไม่อยู่ หัวใจแตกสลายเป็นเสี่ยงกับความคิดที่เข้ามาปะติดปะต่อกัน
“ ไม่..” ร่างบอบบางส่ายหัว แววตาชอกช้ำกับทุกคำที่กรีดเข้ามาในใจ
..มาบอกฉันสิจุน..บอกว่านี่มันเรื่องล้อเล่น..
..ช่วยบอกที..ได้มั้ย..
“ ฉันถามว่าแกนอนกับมันมากี่ครั้ง!! ” คนเป็นพ่อตวาดขึ้นมา น้ำตาแห่งความเสียใจไหลพรากด้วยสุดจะอัดอั้นต่อไป
จุนยิ้มมุมปาก ยื่นมือไปหาคนที่ทรุดลงกองกับพื้น ร้องห่มร้องไห้เหมือนน้ำตาจะกลายเป็นสายเลือด
“ มาหาฉันสิซายุ ”
เจ้าของชื่อกอดตัวเองแน่น ปล่อยน้ำตาไหลอาบแก้มจนเหมือนคนใกล้จะขาดใจ ภาพที่เห็นเลือนรางริบหรี่ลงทุกขณะ ลมหายใจติดขัดไปเหมือนกำลังจมอยู่ใต้น้ำ ราวคนตะเกียกตะกายหาฝั่งที่เป็นแค่ความฝันเท่านั้น
“ ฉันบอกให้มานี่!! ” ร่างสูงตะคอก คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วกระชากทั้งตัวเข้ามาในอ้อมกอด
โทอิถลันจะตามจับตัวเอาไว้แต่กลับมีคนเข้ามาขวาง นัยน์ตาที่เลือนไปมองภาพคนที่รักที่สุดพยายามสะบัดตัวให้พ้นจากปราการกั้นตัว ร้องไห้จนไร้เรี่ยวแรงแต่ก็ยังไม่เป็นอิสระ
“ ไอ้หน้าโง่..ฉันนอนกับลูกสุดที่รักของแกตั้งแต่เข้ามาในบ้านหลังนี้แล้ว ” จุนกระชับแขนที่กักตัวเพรียวบางเอาไว้แน่นหนา พูดตอกย้ำใส่ศัตรูตัวสำคัญ
“ สงสัยมั้ยว่าทุกคืนมีใครบางคนเดินออกไปนอกบ้าน เคาะประตูห้องคนใช้แล้วร่ำร้องอยากจะเป็นเมียฉันจนตัวสั่น นี่แกก็ช่วยดีใจด้วยสิที่ลูกคนสวยช่วยปกปิดฐานะไอ้ซาวามุระคนนี้เอาไว้..ช่วยปิดจนมันเดินเข้ามาทำลายไอ้สารเลวทาซึดะจนเหลือแต่ตัวแบบนี้ไง!! ” เขาผลักร่างอ่อนแอลงไปกระแทกกับพื้นแข็ง จ้องมองหยดน้ำที่ไหลรินมาอย่างสมใจ
โทอินิ่งค้าง มองมาที่ซายูริอย่างผิดหวัง แววตาที่ฉาบแววเสียใจจนล้นเหลือยิ่งกว่าคมหอกที่ทิ่มแทงตามร่างกาย เขาปล่อยน้ำตาร่วงเงียบเชียบ
“ ฮึก..พ่อ..ผมขอโทษ..ขอโทษ..” เสียงหวานร่ำร้อง ตรงเข้ากอดอีกฝ่ายแต่กลับถูกผลักออก
“ ฉันผิดหวัง..ผิดหวังที่สุด..” เขากล้ำกลืนความเจ็บปวด หันหนีไปทางอื่น
ใบหน้าหวานเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา มองตรงไปที่คนรักด้วยแววตาตัดพ้อ ความเสียใจท่วมท้นยิ่งกว่าสิ่งที่คิดไว้ทั้งหมด
..ทั้งๆที่ฉันรักจุนจากใจจริง..
..ทั้งๆที่รักมากอย่างนี้..
..ทำไมทำกันได้ลง..
“ ช่วยไม่ได้นะคุณหนูทาซึดะ..อยากโง่หลงเชื่อคำบอกรักของฉันเอง ” จุนก้มลงใกล้ เชยคางมนขึ้นมอง
“ บอกให้เอาบุญ..ว่าฉันไม่เคยรัก..จะมีก็แต่เกลียด..ขยะแขยง ชิงชังตัวนายยิ่งกว่าอะไร..” เขาหัวเราะ ผลักตัวคนตรงหน้าให้พ้น
“ เพราะนายมันง่ายเหมือนจ่ายเงินซื้อผู้หญิงจากซ่อง ”
ซายูริปล่อยโฮ เอาสองมือปิดหูด้วยความเจ็บร้าวไปทั้งดวงใจ หัวใจถูกบีบคั้นจนแตกสลายไม่มีชิ้นดี ไม่หลงเหลืออะไรอีกเลยในความหวังอย่างเดียวของการมีชีวิต
..เพราะหลอกตัวเอง..ลวงใจไปว่ารักคือความจริง..
..คนกระหายกลางทะเลทราย..ไขว่คว้าหาเงาของน้ำเย็นชื่น..
..ไม่พบเจอก็ยังเพียรเสาะหา..สบเข้ากับน้ำตรงหน้า..
..ทั้งที่ระแวงว่ามันคือกรดร้ายที่กัดกร่อน..
..ก็ยังเต็มใจจะกลืนกิน..
..จึงได้ผลตอบแทน..
“ ไอ้ชั่ว..ไอ้ซาวามุระ..” โทอิเพ้อขึ้นเสียงสั่นพร่า มือกอบกุมที่อกซ้ายด้วยความเจ็บ
จุนยิ้มรับคำต่อว่านั้น สั่งคนให้เอาของทุกชิ้นออกไปทิ้งนอกสนาม
“ แล้วพวกนี้ล่ะครับ ” ลูกน้องคนหนึ่งถามถึงของที่อยู่ในห้องของคุณหนูทาซึดะ
“ โยนมันออกมา คนหมดตัวไม่จำเป็นต้องอยู่อย่างสุขสบาย ” เขาเยาะ ให้คนลากตัวของไอ้แก่ใกล้ตายที่นั่งหอบหายใจอยู่ตรงข้างโซฟาไปนอกบ้าน
ซายูริถลาเข้ามากอดพ่อเอาไว้ วอนขออดีตคนรักทั้งน้ำตาให้ช่วยปรานีทั้งที่หัวใจเกินจะทานทน แรงบีบเค้นในหัวกำลังปวดเข้ามารุนแรงจนเหมือนจะระเบิด ทั้งตัวสั่นเทาไปด้วยแรงสะอึกสะอื้น
“ ขอร้อง..ฮึก..ฮืออ..ขอร้องเถอะจุน..อย่าไล่เรา..” สองแขนเข้ามาเกาะขาของอีกฝ่ายไว้ ดวงใจรวดร้าวราวกับว่ามันจะสลายเป็นผุยผงไปในตอนนั้น
“ ฮืออ..เรา..ไม่มีที่ไป..ไม่มีที่ไหนแล้ว..” ก้มตัวลงแทบเท้า บอกผ่านไปว่ายอมทุกอย่างแม้แต่จะให้เป็นแค่สิ่งของรองอารมณ์
“ อ..ย่า..ซายุ..” โทอิสำลักขึ้นมา หอบหายใจจนไอถี่รัว
“ ไม่ต้องไปขอร้องมัน! ” เขาไอติดกัน มือเกร็งแน่นกับตัวเสื้อที่กุมตำแหน่งหัวใจเอาไว้ เบื้องหน้าพร่าลงทุกขณะก่อนจะดับวูบไป
“ พ่อ!! ” เสียงหวานหวีดก้อง ถลันจะเข้ามาหาแต่ทั้งตัวถูกกระชากเอาไว้ให้อยู่กับที่
“ เฮ้ย..เอามันไป ” จุนบอกคนอื่นที่อยู่แถวนั้น
“ อย่า! จะพาเขาไปไหน เขาไม่สบาย..จุน..อย่าพาพ่อไป ” หันมาวิงวอนอย่างน่าสงสาร ซมซานจะตามแต่แรงบีบเค้นที่ไหล่ทวีความรุนแรงขึ้น
“ ฉันไม่ปล่อยให้มันตายหรอก รับรองได้..มันยังต้องอยู่ดูฉันมีความสุขไปอีกนาน ” เขากระซิบข้างหูขาว บอกให้พวกที่อยู่ด้านนอกช่วยสงเคราะห์คนป่วยไปโรงพยาบาล
“ มีความสุขกับเมียของฉันไง..” ร่างใหญ่ยิ้มเย็น ดึงเอากล่องกำมะหยี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกง
“ ไม่..” ดวงตาบวมช้ำหลับแน่น แต่ก็ถูกบังคับให้มอง
จุนล้วงเอาสร้อยหัวใจคริสตัลออกมา ชูมันต่อหน้าร่างเล็กบางที่สั่นระริก แสงวาววับจับตาสะท้อนเข้าในหัวอกของคนที่รักไม่เสื่อมคลาย
..ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรก็ตาม..
..ขอให้จำไว้ว่า..ฉันรักซายุ..และจะรักตลอดไป..
......
ฝ่ามือกร้านทิ้งสายสร้อยที่มีจี้แสนสวยนั่นลงไปกับพื้น ก่อนจะเหยียบมันจนเหลี่ยมเจียระไนวูบวาบแตกเป็นเสี่ยงๆ ฟังเสียงของอดีตคนรักร้องอย่างขวัญเสียเมื่อของแสนหวงแหนถูกทำลายต่อหน้าต่อตา
..ไม่ต่างจากหัวใจ..
“ ที่นายต้องมีคืออันนี้ ” จุนหยิบต่างหูเพชรน้ำดีขึ้นมาจากตัวเสื้อสูท พลิกตัวเล็กบางให้หันมาหาแล้วกดปลายคมของก้านเงินลงไปเต็มแรงที่ใบหูนุ่มนิ่มเรียกเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดที่อีกฝ่ายไม่มีคำว่าเมตตาต่อเงารักระหว่างกัน
“ หมามีปลอกคอ..เมียฉันก็ควรจะมีอะไรที่บอกว่าใครเป็นเจ้าของเหมือนกัน ”
หยดเลือดไหลรินลงมาบนติ่งหูขาว เจ้าของร่างสะอื้นสุดแรง มองภาพด้านหน้ามืดทึมไปทั้งแถบ ทั้งตัวทรุดลงไปกองทันทีที่ถูกปล่อยแขน ความเจ็บปวดสารพันแทรกเข้ามาในใจพอดีกับที่สติขาดหาย
ร่างขาวนวลล้มพับลงไปที่พื้นล่าง สัมผัสเลือนรางกับอ้อมกอดที่ตวัดเข้ามารับตัวทัน มือเล็กยกขึ้นคว้าไปด้านหน้าแต่จับได้เพียงอากาศธาตุ
..ความรัก..ที่แสนสั้น..
......................................................................................